ลาพักร้อน ไป On Tour กับ Lambretta (EP.5 END TRIP)

ลาพักร้อน ไป On Tour กับ Lambretta (EP.5 END TRIP)

 

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา การเดินทางของพวกเรามาถึงช่วงสุดท้ายของการลาพักร้อนแล้ว และในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ได้เดินทางไปกับเราในตัวเมืองกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยและเป็นจุดสุดท้ายที่เราจะพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวด้วยกัน

 

 

 

ในตอนนี้เองเราก็ได้อยู่กันที่พัทยาใต้บริเวณหาดจอมเทียน ก่อนจะออกเดินทางก็ได้แวะหาอะไรทานกันก่อนซึ่งเราเองก็ตกใจกับราคาของข้าวราดแกงร้านนี้มาก 2 อย่างเพียงแค่ 30 บาท อย่างพวกเราเองที่เป็นคนนอกก็อดคิดไม่ได้ว่าที่พัทยาอาหารต้องแพงแน่ ๆ แต่กลับกันถูกและให้มาเยอะมาก ๆ

 

 

กินอิ่มกันแล้วเราเองก็ได้มุ่งหน้าไปยังศูนย์บริการ LAMBRETTA SUPERBIKE PATTAYA ตั้งอยู่ที่ ถนน พัทยา สาย 3 เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง ชลบุรี เพื่อที่จะเช็คระยะ เช็คความพร้อมของตัวรถ และเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เพื่อที่เราจะได้เดินทางไปยังกรุงเทพกัน

 

 

 

มาพัทยาทั้งทีจะกลับกรุงเทพทั้งทีก็กลัวว่าจะมาแล้วเสียเที่ยว เราก็ได้แวะ สะพานเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ที่ตั้งอยู่ อำเภอศรีราชา ชลบุรี ดูความสวยงามของทะเลทั้ง 2 ฝั่ง

 

 

 

 

 

 

และปิดท้ายบอกลาทะเลที่รักของเราที่หาดบางแสน จังหวัดชลบุรี สูดบรรยากาศของทะเลให้มากที่สุดเก็บไว้เป็นแรงในการเดินทางต่อไป พักผ่อนเสร็จก็ได้บอกลาทะเลเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครกันเลย พอมาถึงกรุงเทพเกือบจะมืดค่ำกันแล้ว ก็เข้าพักผ่อนกันก่อนเลยพักผ่อนให้หายเหนื่อยแล้วพรุ่งนี้ค่อยลุยต่อในเมืองหลวงแห่งนี้

 

 

 

เช้าวันใหม่แสนสดใสเติมพลังก่อนเที่ยวในวันนี้ด้วยก๋วยเตี๋ยว ลุงกี้ ก๋วยเตี๋ยวเรือ บางกร่าง ตั้งอยู่ที่ ถนน นครอินทร์ ตำบล บางไผ่ อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี จุดเด่นของร้านนี้บอกเลยว่าน้ำตกคือเด็ดมาก ใครที่ชอบเลือดค้น ๆ น้ำซุปกระดูกเน้น ๆ หอม ๆ ห้ามพลาดเลย และราคาเริ่มต้นที่ 15 บาท พิเศษ 25 และจัมโบ้ 35 หนักเครื่องมาก ๆ

 

 

 

 

 

อิ่มแล้วก็ลุยกันเลย พวกเราก็ได้พาเที่ยวรอบ ๆ เมืองกรุงชมความสวยงามที่เคียงคู่เมืองหลวงของเรา ที่แรกที่เราไปนั่นคือเสาชิงช้า อยู่ที่ ป้ายรถประจำทาง เสาชิงช้า 2, แขวง เสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นำเจ้า Lambretta V200 คันนี้มาถ่ายรูปด้วยเป็นอะไรที่เข้ากันสุด ๆ ไปเลย

 

 

และที่ต่อไปเราก็ได้มุ่งหน้าไปจุดหมายปลายทางของทริปนี้ ที่ ๆ เห็นเมืองกรุงเทพแทบจะ 360 องศากับ วัดสระเกศ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ วัดภูเขาทอง แต่เดิมเป็นวัดเก่าชื่อว่า “วัดสะแก” ได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอารามในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระราชทานนามว่า”วัดสระเกศ” ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยทรงเลียนแบบมาจากภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับพระราชทานนามว่า”บรมบรรพต” ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่บูชาไว้ในพระบรมมหาราชวังและพระบรมสารีริกธาตุที่ทางรัฐบาลอังกฤษเมื่อครั้งยังปกครองประเทศอินเดียถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาประดิษฐานในพระเจดีย์ภูเขาทองกำหนดให้มีงานนักขัตฤกษ์ฉลองพระเจดีย์ภูเขาทองและพระอารามหลวงวัดสระเกศ ระหว่างขึ้น 8-15 ค่ำ เดือน 12 เป็นประจำทุกปี  บรมบรรพตหรือพระเจดีย์ภูเขาทองปัจจุบันมีขนาดสูงจากฐานถึงยอด 63.6 เมตร

 

 

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างหละครับกับการเดินทาง 7 วัน 6 คืน 1 อาทิตย์เต็ม ๆ สำหรับพวกเราเองถือว่ามันคุ้มค่าที่สุดกับการลาพักร้อนในครั้งนี้ บางทีการเดินทางไม่จำเป็นต้องมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางทันที อาจจะจอดแวะข้างทางเพื่อเก็บเกี่ยวซึมซับบรรยากาศและเก็บไว้เป็นความทรงจำให้มากที่สุด และการเดินทางจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป พวกเราเองอยากจะให้การเดินทางของพวกเราได้เป็นแนวทางในการเดินทางลาพักร้อนของเพื่อน ๆ ก็ต้องขอขอบคุณทาง Lambretta ที่นำเจ้า V200 ให้พวกเรามาพักร้อนในครั้งนี้ สำหรับทริป ลาพักร้อน ไป On Tour กับ Lambretta เราก็ต้องขอปิดทริปเพียงเท่านี้ไว้เจอกันในทริปหน้าว่าเราจะไปกันที่ไหน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางด้วยกันมา สวัสดีครับ

 

สามาถรับชมรูปภาพการเดินทางของเราเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mocyc.com/gallery/7004/ลาพักร้อนไปOnTourกับLambrettaEP5ENDTRIP

 

>