R1 จักรยานยนต์แห่งอนาคต (History of YZF R1)

R1 จักรยานยนต์แห่งอนาคต (History of YZF R1)

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมาในงาน Big Motor Sale 2019 ที่บูธ Yamaha ก็ได้เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับเจ้า All New YZF-R1 ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันอย่างแน่นหนาด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวดูล้ำสมัย เหมือนกับว่าเป็นรถที่หลุดมาจากโลกอนาคต พละกำลังความแรงความแข็งแกร่งก็ออกแบบมาได้อย่างลงตัว R1 นั้นสำหรับตัวผมเป็นรถที่มีความน่าสนใจในเรื่องของการพัฒนาการณ์ทั้งรูปแบบของรถรูปทรงรวมไปถึงเทคโนโลยี่ที่ดูก้าวล้ำกว่ารถคันอื่นๆ และยังเป็นรถแข่งของนักแข่งที่ผมเองชอบมากอีกด้วยอย่าง valentino rossi และ maverick vinales ทำให้ตัวผมนั้นเองมีความสนใจในเจ้า Yamaha YZF-R1 เป็นอย่างมาก

 

YAMAHA YZF-R1 1998-1999


เจ้า YZF-R1 นี้ได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 YZF-R1 ถือว่ามันเป็นตัวกำเนิดรถทรง SuperBike รุ่นแรกๆเลยก็ว่าได้ที่ตัวรถมีความดุดัน ออกแบบมาเพื่อให้ลมผ่านไปได้ดีหรือที่เรียกว่า Aerodynamic ที่นั่งก้มหมอบเป็นรถ Sport อย่างเต็มรูปแบบ มันทำความเร็วสูงสุดถึง เวลา 0 ถึง 60 mph(0 ถึง 97 km/h) เวลา 2.96 วินาทีและ 0 ถึง 100 mph(0 to 161 km/h) 5.93 วินาที  เวลา 10.19 วินาทีที่ 131.40 ไมล์ต่อชั่วโมง(211.47 กม. / ชม.) และความเร็วสูงสุด 168 ไมล์ต่อชั่วโมง(270 กม. / ชม.) ด้วยการชะลอตัวจาก 60 เป็น 0 ไมล์ต่อชั่วโมง(97 ถึง 0 กม. / ชั่วโมง) 113.9 ฟุต(34.7 ม.) สำหรับรุ่นปี 1999 การทดสอบ Cycle World พบว่า 0 ถึง 60 mph เวลา 3.0 วินาที, เวลา 1 -4 ไมล์ 10.31 วินาทีที่ 139.55 mph(224.58 km/h) และความเร็วสูงสุด 170 mph(270 km/h)

 

YAMAHA YZF-R1 2000-2001


ในปี 2000-2001 YZF-R1 ก็ได้ทำออกมาอีก1รุ่น ในปี 2000 ยามาฮ่าได้เปิดตัว และทำการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับปรุงตัวรถเพื่อให้ขับขี่รถเป็นระยะเวลานานขึ้น เป้าหมายการออกแบบหลักของ Yamaha คือการความโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิมของรถตัวก่อนหน้านี้ให้ยังคงความเป็นรถแข่งแต่ใช้ในถนนได้จริงๆ น้ำหนักลดลงอีก 5 ปอนด์เป็น 414 ปอนด์ (188 กิโลกรัม) ถ้าพูดโดยรวม ตัวรถในปี 2000-2001 พัฒนาเครื่องยนต์ขึ้นจากตัวเดิมเพียงแต่ 3% ไฟหน้ามีความแหลมกว่าเดิม ตัวรถทำให้เล็กลงนิดหน่อยให้การขับขี่ง่ายขึ้นและช่วยในเรื่องของ Aerodynamic บริเวณที่นั่งแล้วถังน้ำมันเชื้อเพลิงได้รับการปรับโฉมใหม่พร้อมมุมด้านหลังที่ผ่อนคลายมากขึ้นและพักเท้ายกสูงขึ้นเพื่อให้ความรู้สึกดู Sportมากขึ้น ที่นั่งขยายไปทางด้านหลังของรถถังและตำแหน่งที่นั่งใหม่ที่ชันขึ้นทำให้น้ำหนักส่วนหน้าเพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงการเข้าโค้งที่สามารถเข้าไปเฉียบและมีเสถียรภาพมากขึ้น

 

YAMAHA YZF-R1 2002-2003


ปี 2002-2003 ระบบฉีดเชื้อเพลิงใหม่ได้รับการแนะนำสำหรับปี 2002 ซึ่งทำงานเหมือนกับคาร์บูเรเตอร์โดยใช้สไลด์คาร์บูเรเตอร์ CV ที่ควบคุมโดยสูญญากาศที่สร้างโดยเครื่องยนต์ ด้วยกำลังขับที่คล้ายกันกับจักรยาน 2000-2001 เครื่องยนต์ยังคงเหมือนเดิม การปรับปรุงที่โดดเด่นอย่างหนึ่งคือการใช้ปลอกสูบใหม่ของโลหะผสมซิลิกอนที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียมซึ่งช่วยลดการบิดเบือนที่เกิดจากความร้อนลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน นอกจากนี้ในปี 2002 ยามาฮ่าได้เปิดตัวเฟรม Deltabox ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งด้วยโครงสร้างที่เกิดขึ้นจากพลังน้ำทำให้ลดจำนวนรอยเชื่อมเฟรมทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ความแข็งแกร่งของเฟรมดีขึ้น 30% ระบบระบายความร้อนได้รับการออกแบบใหม่เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและความกะทัดรัด 
ระบบไอเสียถูกเปลี่ยนจาก 4-in-1 เป็นไทเทเนียม 4-in-2-in-1 ออกด้านท้ายใกล้กับเบาะคนซ้อน และปรับปรุงด้วยไฟท้าย LED อกจากนี้ไฟหน้าส่วนท้ายได้รับการปรับปรุงในปี 2002 ให้ดูใหญ่และกว้างขึ้นทำให้การขับขี่ตอนกลางคืนเห็นทางใช้ชัดมากขึ้น R1 ปี 2002 ใช้เชื้อเพลิง 38 mpg US (6.2 L / 100 km; 46 mpg imp),0 ถึง 60 mph (0 ถึง 97 km/h) เวลา 10.32 วินาทีที่ 137.60 ไมล์ต่อชั่วโมง (221.45 กม./ชม.) และความเร็วสูงสุด 167 ไมล์ต่อชั่วโมง (269 กม./ชม.)

 

YAMAHA YZF-R1 2004-2005


2004-2005 ด้วยความก้าวหน้าของการแข่งขัน Yamaha ได้ทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญบางอย่างกับรูปแบบตัวรถ สิ่งนี้รวมถึงการปรับปรุงสไตล์เช่นท่อไอเสียคู่ที่ออกจากใต้คนซ้อนและอัพเกรดให้ระยะการเบรคได้ดีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และเป็นครั้งแรกที่ R1 เพิ่ม Ram-air intake เข้าไปในระบบตัวรถ การออกแบบทุกๆส่วนของตัวรถทำออกมาได้ดี ในเรื่องของการกระจายน้ำหนักของตัวรถ ตัวเครื่องยนต์ได้เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด มีเพลาข้อเหวี่ยงและบล็อกกระบอกสูบแยกต่างหาก R1 2004 น้ำหนัก 172 กิโลกรัม คาลิปเปอร์เบรคหน้าแบบเดิมถูกแทนที่ด้วยคาลิปเปอร์แบบติดตั้งแบบเรดิวต์ใช้งานโดยกระบอกสูบหลักเรเดียล  YZF-R1 ปี 2004-2005 ให้เวลา 0 ถึง 60 mph (0 ถึง 97 km/h) เวลา 3.04 วินาทีและ 0 ถึง 100 mph(0 to 161km/h) เวลาไมล์ 9.90 วินาทีที่ 144.98 ไมล์ต่อชั่วโมง (233.32 กม./ชม.) และความเร็วสูงสุด 179 ไมล์ต่อชั่วโมง (288 กม./ชม.)

 

YAMAHA YZF-R1 2006


สำหรับปี 2006 สวิงอาร์มนั้นถูกขยายออกไปอีก 20 มิลลิเมตร (0.79 นิ้ว) เพื่อลดความไม่แน่นอนของการเร่งความเร็ว ในปีนี้ยามาฮ่ายังเปิดตัวรุ่น Limited Edition ในสีรถแข่งยามาฮ่าเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปี ระบบโช๊คด้านหน้าและด้านหลังเป็นของ Ohlins ช่วงล่างที่พัฒนาโดยทีมเดียวกันกับมอเตอร์ไซค์ YZR-M1 MotoGP ล้อ Marchesini แบบอลูมิเนียม ถือได้ว่ารุ่นนี้เป็นรุ่น Limited Edition ได้เลย เพราะทำมาเพียงแค่ 500 คัน

 

YAMAHA YZF-R1 2007-2008


All New YZF-R1 สำหรับรุ่นปี 2007 ประกาศเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2006 มันมีเครื่องยนต์สี่สูบแบบอินไลน์ใหม่ทั้งหมดกลับไปสู่สี่วาล์วธรรมดาต่อสูบแทนที่จะเป็นเครื่องหมายทางการค้าของ Yamaha นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมปริมาณความยาวผันแปรแบบอิเล็กทรอนิกส์ของ Yamaha Chip Control Intake (YCC-I) เฟรมอลูมิเนียมแบบใหม่เป็น Deltabox และ สวิงอาร์ม เบรคหน้าหกสูบแบบเรเดียลพร้อมดิสก์ขนาด 310 มม., หม้อน้ำที่กว้างขึ้นและการออกแบบสไตล์ M1 บนพอร์ต ram-air ขนาดใหญ่ ที่สำคัญสำหรับตัวรถในปี 2008 พลังงานที่ล้อหลังคือ 156.7 แรงม้า (116.9 kW) ที่ 10,160 รอบต่อนาที ในเรื่องของพละกำลัง YZF-R1 2007 ให้เวลา 0 ถึง 60 mph(0 ถึง 97km/h) เวลา 2.94 วินาทีและ 0 ถึง 100 mph(0 to 161km/h) 5.46วินาที, ไมล์ เวลา 9.88 วินาทีที่ 145.50 ไมล์ต่อชั่วโมง (234.16 km/h)

 

 

 

 

YAMAHA YZF-R1 2009-2014

 


2009-2014 ในช่วงปลายปี 2008 Yamaha ได้ประกาศมาว่าจะได้เปิดตัว All New Yamaha R1 สำหรับในปี 2009 นั่นคือการนำเอาเทคโนโลยีจากรถแข่งระดับโลกอย่างในรายการ MOTO GP มาใช้ ซึ่งนำเอาเทคโนโลยีในรถ M1 พร้อมกับเพลาและข้อเหวี่ยง ที่เป็นเอกลักษณ์อีก1อย่าง นั่นคือ Crossplane ทำให้แต่ละแกนเชื่อมต่อ 90 ?จากถัดไปด้วยช่วงเวลาการยิงที่ไม่สม่ำเสมอกัน 270?-180?-90?-180? R1 2009 เป็นครั้งแรกที่ผลิต sportbike ใช้เพลาข้อเหวี่ยง crossplane การส่งพลังงานเหมือนกับ 90? V4 กับข้อเหวี่ยง 180?เช่น Honda VFR800 และคล้ายกับ Yamaha V-Max ซึ่งได้รับการยกย่องในเรื่องของเสียงจากท่อไอเสีย 2009-2014 ก็ยังขึ้นชื่อเรื่องรูปลักษณ์ที่ดูแปลกตาไปจากรุ่นอื่นๆแล้วดูล้ำสมัยสุดๆ จึงได้ตั้งฉายาให้ว่า Alien พูดได้เลยว่าโฉม 2009-2014 ได้สร้างความสนใจให้กับชาว Biker อย่างล้นหลาม

 

 

YAMAHA YZF-R1 AND R1M 2015-2019


ในงานแสดงรถจักรยานยนต์ EICMA ครบรอบหนึ่งปี Yamaha ได้เปิดตัว R1 รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการมันคล้ายกับรถใน Moto GP อย่าง YZR M1 ในปี2015 Yamaha R1 2015 ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในวงการมอเตอร์ไซค์กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่างหน้าตาของตัวรถที่เรียกกันว่ากระเบนหรืออีกชื่อที่เรียนกันว่า Iron Man ดูล้ำก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นและเทคโนโลยี่ที่ให้มาแบบเต็มสเปกรถแข่ง นี้มีน้ำหนักเถึง 199 กิโลกรัม ได้มีการอัพเกรดในเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งรวมถึง Traction Control (TCS) และ Slide Control System (SCS), antiwheelie Lift Control System (LIF), antilock brakes ที่เชื่อมโยงกับล้อไม่ให้ล้อล็อคแบบกระทันหัน , Launch Control System (LCS), Quick Shift System (QSS), และโหมดพลังงานที่เลือกได้ ระบบควบคุมการสไลด์ของ Yamaha YZF-R1 เป็นระบบแรกในการผลิตรถจักรยานยนต์ ข้อมูลจะถูกส่งไปยังจักรยานผ่านไจโรหกแกน (หน่วยวัดแรงเฉื่อย) และเซ็นเซอร์อื่น ๆ มากกว่า 100 ครั้งต่อวินาทียังไม่หมดเพียงเท่านั้น Yamaha ได้ทำรุ่นพิเศษออกมาเพื่อให้ตรอกย้ำความล้ำหน้าล้ำสมัยเข้าไปอีก นั่นก็คือรุ่น Yamaha YZF-R1M ระบบทุกอย่างเหมือนกันหมดเพียงแค่บางระบบได้เป็นแบบไฟห้าขึ้นมา มี GPS ไว้จับเวลาเวลาขับขี่ในสนาม แฟริ่งมั้งหมดเป็น Full Carbon ระบบกันสะเทือน Ohlinsแบบกึ่งอิเล็กทรอนิกส์อิเล็กทรอนิกส์ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์

 

 

 

YAMAHA YZF-R1 AND R1M 2020


จนกระทั่งมาถึงปี2019 Yamaha ก็ได้เปิดตัว R1 และ R1M 2020 ในงาน Big Motor Sale 2019 ที่ไบเทค บางนา พร้อมราคา ทำให้เหล่า Biker ทั้งหลายต้องอยากได้มาครอบครอง โดยจะใช้เครื่องยนต์ขนาด 998cc แบบ 4 สูบเรียง ที่มีเอกลักษณ์การจุดระเบิดแบบครอสเพลน แครงค์ชาฟท์ แล้วยังมีการปรับเปลี่ยนหัวลูกสูบใหม่ ใช้ระบบจ่ายน้ำมันแบบใหม่ วาล์วแบบใหม่ และเพลาลูกเบี้ยวใหม่ และการอัพเกรดทั้งหมดนี้จะทำให้อัตราเร่งและความเร็วของตัวรถนั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากกว่าเดิม การออกแบบตัวของตัวรถนั้น จะออกแบบมาใหม่เน้นการทำเอโร่ไดนามิกได้ดีขึ้นกว่าเดิม เพิ่มชิ้นส่วนแบบของคาร์บอนเข้ามา สำหรับรุ่น R1M ส่วนของยางรถนั้นจะเป็นของ Bridgestone RS11 Battlax แบบเรซซิ่งสตรีท รวมไปถึงผ้าใบเบรก ที่ใช้วัสดุแบบใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เบรกรถนั้นมากที่สุด และในส่วนเรื่องของระบบฟีเจอร์ต่างๆ ก็ได้มีการนำมาใช้ในตัวรถได้แบบจัดหนักจัดเต็มกันเลยสำหรับตัวใหม่ตัวนี้อย่าง  NEW YZF-R1M และ NEW YZF-R1 ที่ได้เปิดตัวไป ในราคาของทั้งสองรุ่นนี้ก็จะอยู่ที่ New YZF-R1 ราคา 849,00 บาท และ New YZF-R1M ราคา 1,149,000 บาท

 

 

 

 

 

 

 

R1 และ R1M สำหรับตัวผมเองนั้นถือว่าเป็นรถที่สุดยอดในทุกๆเรื่อง ทั้งด้านการใช้งานไปไหนต่อไหนที่มีความหล่อเสียงเครื่องยนต์ Crossplane ที่เป็นเอกลักษณ์ ขับไม่ทางไหนก็มีแต่คนเหลียวมองมีแต่คนอยากจะถ่ายรูปสวยๆคู่กับรถ ใช้บนถนนก็ได้ใช้ในสนามก็ดีเยี่ยมทั้งเรื่องเทคโนโลยี  Traction Control (TCS) และ Slide Control System (SCS), antiwheelie Lift Control System (LIF), antilock brakes , Launch Control System (LCS), Quick Shift System (QSS)

สั้นๆง่ายๆ YAMAHA YZF-R1 และ R1M คือที่สุดสำหรับผมแล้วครับ แล้วเพื่อนๆหละครับไปเที่ยวงาน Big Motor Sale มีรถในดวงใจหรือรถที่ชอบบ้างมั้ยครับ ยังไงมาแชร์ความรู้กันนะครับ