ขี่ออโต้ กินลมชมวิว…ตามหาซากุระ

 

ขี่ออโต้ กินลมชมวิวตามหาซากุระ

สวัสดีครับทุกท่านวันนี้พวกเราจะขี่รถออโตเมติก  ไปเที่ยวกันซึ่งจุดหมายปลายทางของเราก็คือ ขี่ไปเรื่อยๆจนเจอซากุระเมืองไทย หรือดอกพญาเสือโคร่งนั่นเองครับ ครั้งนี้ผมตัดสินใจใช้ Honda PCX 2018 มาขี่กินลมชมวิว ตามหาดอกซากุระครับเพราะว่า รถคันนี้อายุกำลังจะครบ 1 ปี และรถคันนี้ได้ทำการเปลี่ยนชามหน้าซิ่งมา ทำให้ผมอยากรู้ว่าเวลาขึ้นดอยสูงๆชันๆจะมีปัญหาอะไรไหม จะไหวรึเปล่า

 

 

ครั้งนี้จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ ศูนย์อนุรักษ์กล้วยไม้รองเท้านารี ซึ่งอยู่ที่ดอยอินทนนท์ แต่เส้นทางที่ผมใช้ในการเดินทางครั้งนี้คือเส้น แม่วาง – ขุนวาง – ศูนย์อนุรักษ์กล้วยไม้รองเท้านารี ระยะทางไปกลับรวมแล้วเกือบๆ 300 กิโลเมตรได้เลยครับ ก่อนออกเดินทางพวกเราได้เตรียมความพร้อมของรถโดยการตรวจเช็คสภาพเบื้องต้น ถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือวัดลมยาง เพื่อความปลอดภัยทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ทางที่เราขับขี่คดเคี้ยวและแคบพอสมควรครับ

 

 

จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางค่อนข้างมากเลยครับ ระว่างทางอากาศเย็นสบายครับ (หนาวนิดๆ) เพราะก่อนหน้ามีฝนตก อากาศจึงปลอดโปร่งครับ รถ Honda PCX 2018 ที่ผมใช้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ แถมเร่งได้ดีอีกต่างหาก เพราะเปลี่ยนชามแต่งมา ขึ้นเขาสบายๆเลยครับ เราเดินทางประมาน 180 กิโลเมตร ก็ถึงขุนวางครับ แต่ที่นี่ดอกซากุระเมืองไทยยังไม่ออก พวกเราจึงได้เดินทางกันไปต่อที่ ศูนย์อนุรักษ์กล้วยไม้รองเท้านารี ที่นี่จะเป็นที่แรกๆเลย  ที่ดอกพญาเสือโคร่งออกดอกให้เราได้ชมกัน แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ฝนตก จึงทำให้ต้นพญาเสือโคร่งของเราออกใบแซมขึ้นมาที่ต้นทำให้ต้นพญาเสือโคร่งไม่เป็นสีชมภูเต็มที่เท่าที่ควรครับ

 

 

หลังจากที่เราชมต้นพญาเสือโคร่งเสร็จแล้ว พวกเราก็มีจุดหมายอีกที่นั่นก็คือ ผาช่อ ซึ่งตั้งอยู่ทางขากลับของพวกเราพอดี พวกเราจึงได้แวะเก็บภาพมาฝากด้วยครับ

 

 

ผาช่อ ตั้งอยู่ใน อำเภอดอยหล่อ ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของ ลมฝนจนทำให้แผ่นดินที่เชื่อกันว่าเมื่อหลายร้อยปี หรือพันปีก่อนบริเวณแห่งนี้เคยเป็นทางเดินของแม่น้ำปิง ซึ่งสังเกตได้จากก้อน กรวดหินกลมมนกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อดินจำนวนมาก จนกระทั่งแม่น้ำปิงได้เปลี่ยนสายย้ายทิศไหลผ่านไปที่อื่น บริเวณนี้ได้ถูก ยกตัวเป็น เนินเขาสูงตะกอนแม่น้ำปิงก่อตัวทับถมกันเป็นชั้นๆ ผ่านกลายเวลาและถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาและเสาดินที่มีรูปร่าง แปลกตาคล้าย กับที่แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ หรือละลุในจังหวัด สระแก้ว มีลักษณะที่เตี้ยกว่า ซึ่งต่างกับ ผาช่อ ซึ่งมีลักษณะ เป็นกำแพงและเสาหิน ขนาดใหญ่ลวดลายแปลกตา มีขนาดสูงใหญ่ราว 30 เมตร เป็นบริเวณกว้างนับร้อยเมตร ด้วยลักษณะทางธรรมชาติที่แปลกตา  คล้ายกับแกรนด์แคนยอน จึงทำให้ ผาช่อ ได้รับสมญานามว่า แกรนด์แคนยอนเมืองไทย สำหรับการเดินทางไปเที่ยวชมผาช่อเมื่อถึงลานจอดรถต้องเดินเท้าไปอีกประมาณ 500 เมตร  ผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติมีทั้งเดินตาม ลำธารน้ำแห้ง และเดินขึ้นดอยไปยังผาช่อ  การมาเที่ยวควรเตรียมน้ำดื่มไปให้พร้อม รวมถึง เสื้อผ้า รองเท้าที่เหมาะสม เพราะทางเดิน เป็นดิน อากาศค่อนข้างร้อน ระยะเวลาที่เหมาะจะมาเที่ยวชม คือ ช่วงเช้าซึ่งท้องฟ้าที่อยู่ด้านหลัง ประติมากรรมจะเป็นสีฟ้าในช่วงนี้จะ ไม่ย้อนแสง และอีกช่วงคือบ่ายแก่ๆซึ่งจะได้ความรู้สึกของแสงสีทองมากระทบประติมากรรมดิน  แต่จะย้อนแสงเพราะพระอาทิตย์จะตก ตรงฝั่งนั้นผาช่อสามารถไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ไม่มีที่พักค้างแรมหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ

 

 

หลังจากที่เราเดินเที่ยวชมแกรนแคนยอนเมืองไทยไปแล้ว พวกเราก็ได้มุ่งหน้ากลับบ้านกันครับ ทริปนี้เป็นแบบวันเดย์ทริป ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทางไม่นานและสถานที่ท่องเที่ยวไม่ได้ไกลมาก ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มาเที่ยวเชียงใหม่และมีเวลาไม่มาก

 

 

บทสรุปของ Honda PCX 2018  คันนี้ บอกได้เลยครับว่าใครที่ซื้อไปคุ้มค่าการใช้งานแน่นอนเลย เพราะขับขี่ไปได้ทุกที่ทุกแนวเลยก็ว่าได้ สมรรถนะรถดี ขี่ง่าย ควบคุมง่าย เหมาะแก่การเดินทางอีกด้วย ช่องเก็บของใต้เบาะใหญ่ สามารถขนของได้เยอะเลย อันตราเร่งเวลาขึ้นเขาขึ้นดอยสบายๆรอบไม่ตกเลยรถไปได้เรื่อยๆ คนขี่นั่งสบาย คนซ้อนยิ่งนั่งสบายไปใหญ่เลย รูปร่างรูปทรงยังดูโฉบเฉี่ยวล้ำสมัยอีกต่างหาก

 

 

ทริปหน้าพวกเราจะไปเที่ยวที่ไหนรอติดตามกันได้เลยครับรับรองได้ว่าทุกคนได้ตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน