Tour Of Thailand 2018 ครั้งที่2 การเดินทางที่ยาวกว่า 1500 กิโลเมตร กับเส้นทางที่วนไปทางซ้ายของประเทศไทยตอนบน

 

Tour Of Thailand 2018 ครั้งที่2  การเดินทางที่ยาวกว่า 1500 กิโลเมตร กับเส้นทางที่วนไปทางซ้ายของประเทศไทยตอนบน

ทางทีมงานของเราได้รับโอกาสให้เข้าร่วมขับขี่ในทริปของ Royal Enfield ในทริปที่มีชื่อว่า Tour Of Thailand ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม ถึง 21 ธันวาคม 2018 ซึ่งต้องยอมรับครับว่าทริปนี้เป็นทริปที่ใช้เวลายาวนานที่สุด เท่าที่แอดเคยออกทริปมาเลยก็ว่าได้ และเส้นทางที่เราไปเรียกได้ว่าเป็นเส้นทางที่ขับขี่ค่อนข้างยากเลยครับ เนื่องจากถนนแคบ บวกกับเส้นทางที่คดเคี้ยวเป็นซะส่วนใหญ่ จึงทำให้มือใหม่ที่จะออกทริปเส้นทางนี้ เกร็ง !!! กันเป็นแถวเลยครับ ในการเดินทางครั้งนี้ ผมได้รถแนว Classic 500 มาใช้ในการออกทริป ซึ่งต้องขอบอกก่อนว่าผมไม่เคยขี่รถแนวนี้ไปที่ไหนไกลๆมาก่อนเลย และเป็นรถสูบเดียวด้วย อาการสั่นขึ้นมือมีเยอะแน่นอน และรถของค่ายนี้หากใครติดตามก็จะรู้ว่า เป็นรถที่มีเรื่องราวจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 มาก่อนจึงทำให้รถดูมีเรื่องราวมากขึ้นนั่นเองครับ จุดรวมตัวแรกที่เรานัดพบกันในการออกทริปนั่นก็คือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเรานัดกันและกินข้าวเช้าก่อนออกเดินทาง 

 

 

เส้นทางในวันแรกของเราคือ กรุงเทพมหานคร-แม่สอด จ.ตาก ซึ่งระยะทางในวันแรกเป็นระยะทางที่ยาวที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ มีระยะทางประมาน 500 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว ซึ่งตอนขี่รถออกกรุงเทพมาไม่มีปัญหาอะไรครับ ความเร็ว 80-90 กิโลเมตร/ชั่วโมง รถขี่สนุกมากครับ พอออกกรุงเทพมารถเริ่มใช้ความเร็ว ยอมรับเลยครับว่าตอนนั้น ในหัวคิดว่าวันนี้เราจะขี่ไหวไหม เนื่องจากรถมีอาการสั่นจากเครื่องยนต์ขึ้นมาถึงแฮนด์เรียกว่ารุนแรงมากครับ สั่นจนปวดมือ แต่พอขี่ไปสักพักเริ่มจะชินกับอาการรถ ผมเลยจัดท๊อปสปีดของรถซะเลย แต่เนื่องจากรถคันที่แอดขี่มา สายไมล์เกิดการขาดตั้งแต่ออกกรุงเทพมาเลย จึงทำให้ไม่รู้ว่าได้ ท๊อปสปีดสูงสุดเท่าไหร่ แต่รู้ว่า หมอบจนรอบตัดเลยครับ แต่เนื่องจากรถของ Royal Enfield ไม่ได้ทำมาเพื่อให้เราขี่รอบสูงและขี่ไวขนาดนั้น แต่เขาทำมาเพื่อขี่หล่อ หรือขี่ท่องเที่ยวชิลๆ ครับ เมื่อขี่มาถึงตาก พวกเราได้เดินทางไปยังถนนหมายเลย 12 ซึ่งบอกเลยครับว่าเป็นเส้นทางที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความมันส์ และทำให้ผมรู้ว่ารถสามารถทำอะไรที่เกินตัวของคำว่า Classic ไปได้ครับ

 

 

 ตัวผมเองเกิดอยากรู้ขึ้นมาว่ารถ Classic มันจะขี่ไปได้แค่ไหน จึงทำการกวดแข่งกับรถ Himalayan ที่ทำเป็นรถ Super Moto ของเพื่อนร่วมทริปชาวอินเดีย ซึ่งบอกเลยว่า classis แบบผมไม่ยอมหรอกครับ กดกันมาไกลพอสมควรเลย

 

 

ซึ่งทำให้ผมได้เข้าใจรถครับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ให้กำลังแบบมาเรื่อยๆ ทอร์คสูงมากๆ ดันขึ้นเนินเกียร์ 4-5 ก็ยังไหว รถพลิ๊กได้ง่ายมากครับ ไม่ดื้อโค้งเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่อาจจะต้องใช้คน+แรงเข้ามาช่วยรถนิดหน่อยครับ รับรองมันส์สุดๆครับ คืนแรกพวกเราก็ได้แวะพักที่แม่สอด 1 คืนครับ

 

 

 เช้าวันต่อมาก็มีพี่ๆบางท่านแวะไปเที่ยวตลาดริมน้ำเมย เรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดังที่สุดในย่านนี้เลยครับไม่ว่าจะเป็นการช๊อปปิ้งหรืออาหารขึ้นชื่อต่างๆ

 

 

หลังจากนั้นเราออกเดินทางจากแม่สอดไปยัง แม่เสลียง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะทางประมาน 250 กิโลเมตร บนถนนหมายเลข 105 แต่เป็นระยะทางที่ค่อนข้างแคบและทางคดเคี้ยวเป็นอย่างมากเลยครับ เรียกว่าเป็นระยะทางที่โหดสุดสำหรับทริปนี้เลย สำหรับมือใหม่เกร็งกันทุกคนครับ เพราะทางค่อนข้างยาก โค้งลับตาก็เยอะครับ แต่วิวข้างทางเรียกได้ว่าสวยงามมากเลยครับ อย่างที่บอกว่ารถเป็นรถที่ขี่ท่องเที่ยวชิลๆ ไปได้เรื่อยๆ เอ็นจิ้นเบรกของรถค่อนข้างน้อย ทำให้เราต้องใช้เบรกช่วยเยอะครับ วิวระหว่าสองข้างทางมีต้นไม้ที่เขียวตลอดทาง บางช่วงถนนมีต้นไม้โอบล้อมไว้เหมือนอุโมงค์ต้นไม้เลยครับ

 

 

 ซึ่งวันนี้ผมเข้าใจรถมาขึ้นและไม่ต้องใช้รอบสูงเพื่อทำความเร็วเลยครับ ไปเรื่อยๆสบายๆทำให้การขับขี่รถของผมสนุกมากขึ้นเลยครับ เมื่อเราเดินทางไปถึงแม่เสลียง จ.แม่ฮ่องสอน ก็ได้ทำการพักผ่อนตามอัธยาศัย เพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อเดินทางในวันถัดไป

 

 

วันที่ 3 พวกเราได้เดินทางจากแม่เสลียงไปยังหมู่บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน ระยะทางประมาน 214 กิโลเมตร ซึ่งการเดินทางวันที่3 เส้นทางจะเป็นภูเขาส่วนใหญ่ ซึ่งเส้นทางนี้รถอาจจะเยอะมากขึ้นเนื่องจาก เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักจาก ตาก ไปแม่เสลียงได้ จึงทำให้คนเดินทางกันมาเส้นทางนี้เยอะขึ้นครับ 

 

 

ระหว่างทางไปบ้านรักไทย พวกเราก็ได้แวะเที่ยวสะพาน ซูตองเป้ ซึ่งเป็นสะพานที่พื้นทำมาจากการนำไม่ไผ่มาสาร เพื่อทำเป็นทางเดิน ถ้าใครมาหน้าฝนสะพานอาจจะปิดเพื่อทำการซ่อมแซมเนื่องจากฤดูน้ำหลาก สะพานจะพังบ่อยครั้งครับ

 

 

หลังจากแวะพักชมสะพานซูตองเป้ไปแล้ว พวกเราก็ได้เดินทางต่อเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของวันนั่นก็คือ หมู่บ้านรักไทยเมื่อถึงแล้วพวกเราก็ไม่รอช้าครับ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันก่อนเลย

 

 

สถานที่นอนของพวกเราวันนี้ วิวสวยมากครับ สูงเกือบที่สุดในหมู่บ้านรักไทยแล้วครับ ที่นี่อากาศค่อนข้างหนาว ในห้องต้องเปิดแอร์เพื่อทำการคุ้มอุณหภูมิให้คงที่ เพื่อให้นอนสบายที่สุดครับ ที่นี่คนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีนยูนาน อาหารการกินจึงเป็นอาหารออกไปทางจีนซะส่วนใหญ่

 

 

พอรุ่งเช้าพวกพี่ๆในทริปก็ได้ไปเที่ยวปางอุ๋งกัน ปางอุ๋งเป็นอ่างเก็บน้ำในโครงการพระราชดำริปางตอง 2 มีคนขนานนามว่าเป็นสวิซเซอร์แลนด์เมืองไทย

 

 

หลังจากเที่ยวปางอุ๋งจนเต็มอิ่มแล้ว พวกเราก็เดินทางกันต่อไปยัง อำเภอปาย ซึ่งมีระยะทางประมาน 176 กิโมเมตร ระยะทางวันนี้เรียกได้ว่าขี่สนุกครับกำลังดี ระหว่างทางพวกเราได้แวะเที่ยวถ้ำลอด เป็นสถานที่ที่มาแล้วไม่ควรพลาดอีกหนึ่งที่ครับ เข้าไปในถ้ำจะมีไกด์นำทางหายห่วงเรื่องกลัวหลงแน่นอนครับ

 

 

เมื่อถึงปายพวกเราก็แยกย้ายกันพักผ่อนครับ ตกค่ำๆมาก็มีถนนคนเดินปายให้พวกเราได้เดินเที่ยว เดินช๊อปปิ้งกัน ถนนคนเดินปายมีร้านอาหาร ของพื้นเมืองของที่ละลึกต่างๆให้เราซื้อกลับบ้านเป็นของฝากเยอะแยะมากมายเลยครับ

 

 

รุ่งเช้าอีกสถานที่หนึ่งที่ควรไปเที่ยวและไม่ควรพลาดของเมืองปายนั่นก็คือ ทะเลหมอกหยุนไหล ห่างจากหมู่บ้านสันติชลไปนิดเดียวไม่ไกลมาก เวลาที่ควรไปชมวิวประมาน 6-7 โมงเช้าครับ จะได้อารมณ์ชิลๆสวยๆเย็นๆ พร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้น

 

 

หลังจากที่เราเดินทางไปยังหยุนไหลเสร็จแล้วพวกเราก็ได้เดินทางต่อ เพื่อไปเชียงใหม่ ระยะทางประมาน 130 กิโลเมตร ระยะทางถือว่ากำลังดี ขี่สนุกสนาน แต่ต้องระมัดระวังเรื่องของการขับขี่นิดหน่อยครับ เนื่องจากเป็นทางโค้งลงเขาเป็นซะส่วนใหญ่ เอ็นจิ้นเบรกน้อย ต้องระมัดระวังเรื่องของการใช้เบรกด้วย ระหว่างทาง ปาย-เชียงใหม่ พวกเราก็ได้แวะพักร้านกาแฟแม่มด ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่สะดุดตาไม่ใช่น้อยเลยครับ มีเอกลักษณ์ของร้านชัดเจน

 

 

หลังจากพักผ่อนกันเสร็จพวกเราก็ได้เดินทางไปยังเชียงใหม่ ซึ่งเหลือระยะทางอีกไม่ไกลแล้ว พอถึงเชียงใหม่ พวกเราก็พักผ่อนกันต่อเพื่อวันต่อไปพวกเราจะไปที่ดอยสุเทพครับ

            เชียงใหม่-พระธาตดอยสุเทพ ระยะทางประมาน 57 กิโลเมตร เดินทางขึ้นดอยสุเทพเพื่อไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง และทำให้จิตใจสงบ

 

 

ตกเย็นพวกเราก็ได้ปาร์ตี้กันครับ มอบประกาศนียบัตรเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าได้ผ่านทริปนี้แล้ว และเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเราเคยเดินทางไปด้วยกันในทริป Tour Of Thailand 2018

 

 

สิ่งที่ได้รับในทริปนี้เป็นสิ่งที่ผมประทับใจเป็นอย่างมาก เรียกว่าทุกคนเป็นกันเองมากครับ ดูแลกันเป็นเหมือนพี่เหมือนน้องเป็นอย่างดีเลยครับ

 

ขอบคุณ Royal  Enfield Thailand ที่เชิญ Mocyc.com ได้มาร่วมทริป รู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างมากครับ

ขอบคุณทีมงานStaff  Royal  Enfield Thailand ที่ดูแลทุกคนตลอดทั้งทริป  

 

>