เอ.พี.ฮอนด้า ตั้งเป้ากวาดยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ 1.4 ล้านคัน

เอ.พี.ฮอนด้า เปิดแผนระยะกลาง 3 ปีฉบับใหม่ มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ตั้งเป้ากวาดยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ 1.4 ล้านคัน จากตลาดรวม 1.85 ล้านคันในปี 2014 เปิดตลาดไตรมาสแรกอย่างร้อนแรงด้วย All New PCX150 และ New MSX125
 
เอ.พี.ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย สร้างความยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีผู้นำ ประกาศความสำเร็จในปี 2013 ด้วยยอดจำหน่ายที่สูงถึง 1,493,000 คัน จากตลาดรวม 2,004,000 คัน เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัวแผนระยะกลาง 3 ปี ระหว่างปี 2014-2016 มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่างๆเพื่อความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้ายอดจำหน่ายปี 2014 ที่ 1,400,000 คัน จากตลาดรวมที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,850,000 คัน ก่อนเดินเกมรุกตั้งแต่ไตรมาสแรกด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ All New PCX150 รถเอ.ที.ดีไซน์ใหม่สุดหรูหราด้วยไฟ LED รอบคัน อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระดับโลกทั้งขุมพลัง eSP (Enhanced Smart Power) เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด PGM-FI ขนาด 150cc. ที่ให้ทั้งสมรรถนะและความประหยัด, ระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System, กลไกล็อกเบาะขณะเปิดอัตโนมัติ Seat Stopper เพื่อความสะดวกและปลอดภัย และ New MSX125 มินิสตรีทไบค์คลัทช์มือโฉมใหม่ดุดันยิ่งกว่าเดิมด้วยตัวถังสีน้ำเงินและล้อแม็กสีทอง ก่อนทยอยส่งโมเดลใหม่ๆลงตลาดตลอดทั้ง 3 ปี รวม 12 รุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม

มร.จิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ปี 2013 ที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เริ่มจากภาคการส่งออกที่ซบเซาในช่วงต้นปีสืบเนื่องมาจากภาวะแข็งตัวของค่าเงินบาท ก่อนจะประสบกับปัญหาความไม่สงบทางการเมืองและความไม่แน่นอนของราคาสินค้าเกษตรในช่วงปลายปี ส่งผลให้จีดีพีของไทยเติบโตเพียง 2.8% ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.5% และส่งผลให้ยอดจดทะเบียนตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 2,004,000 คัน หรือปรับตัวลดลง 6% เมื่อเทียบกับปี 2012 อย่างไรก็ตาม จากการที่รถรุ่นใหม่ๆของฮอนด้าอย่าง Zoomer-X และ MSX125 ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทย ได้ทำให้ฮอนด้ามียอดจำหน่ายในปี 2013 อยู่ที่ประมาณ 1,493,000 คัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1% ส่งผลให้ฮอนด้ามีส่วนแบ่งในตลาดที่ 74.5% ครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทยเป็นปีที่ 25 ติดต่อกัน ”

สำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2014 เอ.พี.ฮอนด้าได้เริ่มต้นแผนระยะกลาง 3 ปี ฉบับใหม่ (2014-2016) เพื่อปรับตัวองค์กรให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยแผนระยะกลางฉบับใหม่นี้มีเป้าหมายอยู่ที่การก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ด้วยมาตรการสำคัญ 3 ประการประกอบไปด้วย
 
มาตรการแรก การเป็นผู้นำด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยในด้านความปลอดภัยเอ.พี.ฮอนด้าได้ร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันอาชีวศึกษาจัดทำโครงการ “One Dealer One School หนึ่งร้านสร้างสรรค์ หนึ่งสถาบันสร้างสังคม” เช่นเดียวกับโครงการ “Zero Accident อุบัติเหตุเป็นศูนย์ เริ่มที่ตัวคุณ” เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลต่างๆ ซึงในแผนระยะกลางฉบับใหม่นี้ เอ.พี.ฮอนด้าจะเสริมความเข้มข้นในการทำกิจกรรมขับขี่ปลอดภัยเพื่อผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนภายใต้สโลแกน “Safety for Everyone” โดยร่วมกับเครือข่ายร้านผู้จำหน่ายฯ จัดตั้งศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยอีก 6 แห่งทั่วประเทศ พร้อมผลักดันการให้ความรู้ด้านกฏจราจร และปลูกฝังวิธีการขับขี่ปลอดภัยให้แก่นักเรียนตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนด้านสิ่งแวดล้อมเอ.พี.ฮอนด้าได้ผลักดันให้ร้านผู้จำหน่ายฯพัฒนาสู่การเป็นร้าน “กรีนดีลเลอร์” หรือศูนย์บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนจากเดิมที่มีอยู่ 540 แห่งในปัจจุบันเป็น 1,200 แห่งภายใน 3 ปี ในขณะเดียวกัน ยังได้เตรียมนำเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสูง อาทิ ระบบคอมบายเบรก และระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ มาติดตั้งในรถเอ.ที.ขนาดเล็กรุ่นใหม่ๆ เพราะเป็นกลุ่มที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทย
 
มาตรการที่สอง การสร้างคุณค่าอันเป็นเลิศในธุรกิจรถจักรยานยนต์ ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าในระดับสูง พัฒนาเพื่อผู้ใช้ชาวไทยในทุกๆกลุ่ม ซึ่งในช่วง 3 ปีนับจากนี้ไป เอ.พี.ฮอนด้า จะเปิดตัวและวางจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ถึง 12 รุ่น พร้อมต่อยอดการสร้างวัฒนธรรมการขับขี่บิ๊กไบค์ให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างมั่นคง ด้วยการวางจำหน่ายรถบิ๊กไบค์รุ่นใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายร้านผู้จำหน่ายฮอนด้าบิ๊กวิง

มาตรการที่สาม การขยายคุณค่าแบรนด์สูงสุด โดยการประชาสัมพันธ์องค์กรให้มากขึ้นผ่านกิจกรรมต่างๆทั้งในด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อมุ่งสู่การเป็นที่ยอมรับจากสังคมทั้งจากผู้ที่ขี่และไม่ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ควบคู่ไปกับการต่อยอดแบรนด์แคมเปญซึ่งมีกลุ่มวัยรุ่นเป็นเป้าหมายหลัก

มร.จิอากิ คาโต ได้กล่าวว่า “ในแผนระยะกลางฉบับใหม่ที่จะนำมาใช้ระหว่างปี 2014-2016 นี้ เอ.พี.ฮอนด้าพร้อมสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รักและเป็นที่ยอมรับของสังคมไทย ผ่านการทำกิจกรรมและการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของเรานั่นคือการก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

“ในส่วนของตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปี 2014 เมื่อพิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ยังขาดแรงกระตุ้นในเชิงบวก เราคาดการณ์ว่าตลาดรวมตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 1,850,000 คัน โดยเอ.พี.ฮอนด้าตั้งเป้าการจำหน่ายไว้ที่ 1,400,000 คัน โดยฮอนด้าเตรียมกระตุ้นดีมานด์ให้กับตลาดตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่าง All New Honda PCX150 ซึ่งเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ของรถเอ.ที.ระดับพรีเมียมรุ่นนี้หลังจากที่เคยเปิดตัวสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในปี 2009 และได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดีจนมียอดจำหน่ายสะสมกว่า 130,000 คัน โดยในปี 2014 นี้ All New PCX150 มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่หมดทั้งคัน ล้ำสมัยด้วยไฟแบบ LED และเทคโนโลยีต่างๆ ถือเป็นมิติใหม่ของวงการรถจักรยานยนต์ไทยอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ เรายังได้เปิดตัว New MSX125 รถมินิไบค์ดีไซน์ใหม่ดูเท่ยิ่งกว่าเดิม ในขณะเดียวกันเรายังได้เพิ่มสีเหลืองให้กับรุ่น Zoomer-X เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่นอีกด้วย”

ทั้งนี้ All New Honda PCX150 ถือเป็นรถเอ.ที.ระดับพรีเมียมที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด ภายใต้คอนเซปต์ “THE ONE AND ONLY เสน่ห์ความเท่หนึ่งเดียวที่ไม่มีใครเทียบเคียง” ดีไซน์หรูหรา โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Dual LED Head Light พร้อมไฟเลี้ยวและไฟท้ายแบบ LED ทั้งหมด, แผงหน้าปัดหรูสไตล์ Cockpit, เบาะนั่งดีไซน์ใหม่แบบ Sit-In นั่งสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนด้วยพื้นที่เหยียดขาที่มากขึ้น, กลไกล็อกเบาะขณะเปิดอัตโนมัติ Seat Stopper เพื่อความสะดวกและปลอดภัย, เก็บของสะดวกสบายเหมือนรถยนต์ด้วย Console Box พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟสำหรับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

ในด้านการขับเคลื่อน All New PCX150 ใช้ขุมพลัง eSP (Enhanced Smart Power) เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด PGM-FI ขนาด 150cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System อันเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อประหยัดน้ำมัน และรักษาสิ่งแวดล้อม, ปลอดภัยด้วยระบบคอมบายเบรกแบบไฮดรอลิกพร้อมคาลิปเปอร์ 3 ลูกสูบ, อุ่นใจทุกครั้งที่จอดรถด้วยระบบสัญญาณกันขโมยกุญแจนิรภัยพร้อมรีโมทคอนโทรล Anti-Theft Alarm with Respond Remote Key เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ All New PCX150 มีให้เลือก 4 สีได้แก่ขาวด้าน, เทาด้าน แดงเงา, และดำเงา

สำหรับ New MSX125 รถมินิไบค์ขับขี่แบบคลัทช์มือที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ ก็ได้รับการปรับโฉมให้มีความดุดันมากขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Clutching Adrenaline ปล่อยมันส์ ออกมาซะ” ด้วยล้อแม็กสีทองสไตล์รถแต่งขนาด 12 นิ้ว พร้อมยางหน้ากว้าง ทะยานดั่งใจด้วยเครื่องยนต์ PGM-FI ขนาด 125cc. มีให้เลือก 4 สีได้แก่น้ำเงิน(สีใหม่ล่าสุด), ขาว, แดง, และดำ

เอ.พี.ฮอนด้าจะวางจำหน่าย New MSX125 ผ่านศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2557 เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำที่ 67,800 บาท ตามด้วย All New Honda PCX150 ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aphonda.co.th และติดตามกิจกรรมต่างๆของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊ค www.facebook.com/hondamotorcyclethailand.com