ลืม CBR ตัวเก่าๆไปให้หมด เพราะนี่คือสุดยอดของ Honda CBR1000RR-R

 

ลืม CBR ตัวเก่าๆไปให้หมด เพราะนี่คือสุดยอดของ Honda CBR1000RR-R

หลังจากที่เปิดตัวในบ้านเราเรียกได้ว่าหลายๆคนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากเลย โดยรหัส RR-R ย่อมาจาก Racing Replica Race Version นั่นเอง ในประเทศไทยจะใช้คอนเซ็ปต์ว่า Made In The Race เกิดมาเพื่อการแข่งขัน ตัวรถเองยังถูกถอดแบบมาจากตัวแข่ง MotoGP อย่าง RC213V เรียกได้ว่าอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีมากมายเลย ในประเทศไทยเราก็ได้นำ Honda CBR 1000RR-R มาขายอยู่ 2 เวอร์ชั่นด้วยกันคือตัว ธรรมดา และตัว SP นั่นเอง ซึ่งการทดสอบครั้งนี้พวกเราก็ได้ไปทดสอบการขับขี่ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 

 

 

รอบนี้ต้องบอกว่าผมได้มีโอกาสขี่ตัว SP อย่างเดียว เพราะฉะนั้นผมจะบอกฟิลลิ่งของตัว SP ให้ฟังกันครับ เรามาดูที่ตัวรถก่อน Honda CBR1000RR-R ตัวรถได้เปลี่ยนไปหมดเกือบทุกชิ้นเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นตัวเฟรมที่ใช้เฟรมแบบ Aluminium Aiamond Frame ทำให้การวางโช้กหลังเปลี่ยนไปอีกด้วย ช่วงล่างของตัว SP เป็นช่วงล่างจาก Ohlins โช้กหน้าเป็นโช้กแบบ Up-Side Down จาก Ohlins NPX S-EC ขนาด 43 มิลลิเมตร (โช้กไฟฟ้า) โช้กหลังจาก Ohlins TTX36 S-EC (โช้กไฟฟ้า) ซึ่งการวางจุดยึดโช้กหลังของ CBR1000RR-R เปลี่ยนจุดยึดจากเฟรมมายึดที่แคร้งของตัวรถ ทำให้กระจายแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่าเดิมซึ่งการวางโช้กหลังแบบเดิมจะยึดหูบนของโช้กหลังไว้ที่เฟรม ทำให้การสั่นสะเทือนจากโช้กหลังสัเทือนไปยังผู้ขับขี่ทำให้รถมีอาการเยอะ แต่ตัว RR-R ยึดหูโช้กบนไว้บนแคร้งทำให้การกระจายแรงไม่ไปถึงผู้ขับขี่ทำให้ตัวรถควบคุมง่ายขึ้น ระบบเบรกตัว SP จะเป็นของ Brembo ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นปั๊มเบรกหน้าหลัง ปั๊มเบรกบน เรียกได้ว่าเบรกได้อย่างมั่นใจได้เลยในส่วนของจานเบรกเป็น จานแบบ เซมิโฟตติ้ง ที่มีขนาดจานเบรกหน้าขนาด 330 มิลลิเมตร จานเบรกหลังมีขนาด 220 มิลลิเมตร

 

 

ทางด้านเครื่องยนต์ทาง Honda ได้ปรับขนาดของลูกสูบให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วงชักสั้นลง ซึ่งมีปริมาตรกระบอกสูบอยู่ที่ 999cc DOHC 4 วาล์ว ต่อ 1 สูบ มีขนาดกระบอกสูบ และช่วงชักอยู่ที่ 81.0 X 48.5 มิลลิเมตร ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทาง Honda ได้จัด IMU 6 แกนมาไว้ในตัวของ CBR1000RR-R ซึ่งตัวก่อนหน้านี้ใช้ IMU 5 แกน จึงทำให้ CBR1000RR-R ประมวลผลได้แม่นยำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โหมดคันเร่ง, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบป้องกันหน้ายก, ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรคในโค้ง, ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรค รวมถึงกันสะบัด ที่ทั้งหมดมีการประมวลผลตามความเร็วและองศาการเอียงของรถ และยังมีระบบช่วยออกตัว (Launch control) อีกด้วย เรียกว่าจัดระบบมาแบบเต็มกราฟเลยครับ ทั้งหมดนี้จะแสดงผลผ่านหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ถังน้ำมันขนาด 16.1 ลิตร (ถังน้ำมันเป็นเหล็กแต่มีน้ำหนักที่เบามากๆ)

 

 

แฟริ่งเองได้ทำการออกแบบมาใหม่ โดยครั้งนี้ CBR1000RR-R มาพร้อมกับกุญแจแบบคีย์เลส ซึ่งหมายความว่าบล็อกกุญแจที่แผงคอหายไปด้วย ส่งผลให้ท่อไอดี (แรมแอร์) โล่งๆ เลยเรียกได้ว่าถ้าเอามือล้วงเข้าไปในแรมแอร์ เข้าได้เป็นศอกโดยไม่มีอะไรมากั้นทางเข้าของอากาศเลย ตัวรถเองยังมี Winglet มาให้ด้วย เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากรถ MotoGP เลยทีเดียว ในส่วนของแบตเตอรี่ยังใช้แบบ Li-ion อีกด้วย ในส่วนของถังน้ำมันยังได้ออกแบบมาให้ โดยด้านบนถังได้ปรับมาให้เตี้ยลง (หมอบได้เยอะขึ้น) อาศาของแฟริ่งด้านหน้า ยังปรับมาให้เหลือเพียง 35 องศา จากเดิม 45 องศา เรียกได้ว่าแหวกอากาศสุดๆเลย ในส่วนของท่อไอเสีย ท่อไอเสียเป็นท่อแบบมีวาล์ว เพื่อให้ใช้ในรอบต้น-กลาง และรอบปลาย แถมยังผ่านมาตรฐานบ้านเราอีกด้วย (ท่อไอเสียทำร่วมกับ Akrapovic)

 

 

ฟิลลิ่งการขับขี่

 

 

เรามาเริ่มที่ท่านั่งของตัวรถกันดีกว่าครับ ท่านั่งต้องบอกว่าเป็นท่านั่งที่ไม่เหมือนกับ CBR1000RR ตัวที่ผ่านมาเลย จะรู้สึกได้เลยว่า ท่านั่งขี่สบายกว่าตัวก่อนหน้านี้ โพซิชั่นของท่านั่งจะรู้สึกได้ว่าจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถอยู่ตรงกลางรถเลย ตำแหน่งของแฮนด์รถถ้าสังเกตุที่ผ่านๆมาจะเป็นแฮนด์แบบเยื้องไปข้างหน้า แต่ตัว CBR1000RR-R ตำแหน่งแฮนด์จะอยู่ตรงกลางโช้กหน้าพอดี(ไม่มีระยะออฟเซ็ท Offset 0) ทำให้การวางแขนของเราไม่โน้มไปข้างหน้ามาก  

 

 

ในส่วนของท่าทางการหมอบ ถังน้ำมันที่ปรับมาใหม่ถ้าคนตัวผอมๆหมอบได้มิดเลยครับ แต่สำหรับตัวผมเองติดพุง (หมอบไม่มิดเพราะเมื่อยคอ) แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า Honda CBR1000RR-R เกิดมาเพื่อการแข่งขันจริงๆ 

 

 

ความแรงของตัวรถต้องบอกว่าถึงแรงม้าจะหายไป 50 ตัว แต่ต้องบอกว่าความแรงสำหรับที่เราใช้ทดสอบในสนามช้างค่อนข้างเหลือๆเลยครับ ความเร็วสุดทางตรงจากโค้ง 1 ไปยังโค้ง 3 ตัวเปิดม้าเต็ม พี่ฟิลม์ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ทำได้อยู่ที่ 295 Km/Hr. (พี่ปุ้ย AP.SHOP กดทางตรงได้ 299 Km/hr.) ตัวที่ตอนม้ามาครั้งนี้ยอมรับเลยครับว่า แทบไม่มีเวลาให้มองไมล์ความเร็วเลย 

 

 

ชุดเกียร์ของ Honda CBR1000RR-R ต้องบอกว่าเกียร์ยาวมากๆ เพราะมีพี่ๆสื่อได้ลองลากเกียร์ 1 จนสุด Race Line ทำความเร็วได้ถึง 180 Km/Hr. เลยครับ เรียกว่าเกียร์ยาวมาก จากโค้ง 1 ไปยังโค้ง 3 ถ้าลากจริงๆ เตะเกียร์ที่ความเร็วรอบ 14,500 รอบ/นาที ได้ถึงแค่ 4 เกียร์เอง  
ในส่วนของโค้ง 3 กับ โค้ง 12 ของสนามช้าง ต้องบอกว่า นี่เป็นครั้งแรกของผมที่ออกสองโค้งนี้ด้วยเกียร์ 1 ซึ่งปกติดถ้าเป็นรถแข่ง หรือตัว 1000cc ค่ายอื่นๆ ออกเกียร์ 2  
การเข้าโค้งต้องบอกว่าตัวรถดูดโค้งเป็นอย่างมาก ต่างจากตัวก่อนหน้านี้ราวกับไม่ใช่ CBR แถมยางหลังของตัวรถเองมาในไซด์ยาง 200 ทำให้นอนรถได้เยอะกว่าเดิม

 

 

ระบบเบรก 
ในส่วนของตัว SP เบรกหน้า ปั๊มบนล่างเป็นของ Brembo หนึบมากจริงๆครับ ยอมรับตรงนี้เลยครับว่า เบรกรถเดิมๆผมยังไม่เคยเจอเบรกที่หนึบแบบนี้มาก่อนเลย ซึ่งจานเบรกหน้าใช้จานขนาด 330 มิลลิเมตร จานเบรกหลังใช้ขนาด 220 มิลลิมเตร เวลาเบรกลึกๆ มั่นใจได้เลยครับเอาอยู่จริงๆ

 

 

สรุปแล้ว 
Honda CBR1000RR-R เป็นรถที่เกิดมาเพื่อการแข่งขันจริงๆ ซึ่งถ้าถามอีกว่ากับแรงม้าที่หายไปหล่ะ บอกได้เลยครับว่า แค่นี้ถ้าใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวันเหลือเฟือเลย แล้วเรื่องของราคาหล่ะ ต้องบอกว่าราคากับของที่ได้ ไม่ว่าจะเป็น โช้กไฟฟ้าหน้าหลัง กุญแจคีย์เลส ระบบแกน IMU 6 แกน ควิ๊กชิพเตอร์แบบ 2 เวย์ ท่อไอเสีย แค่นี้ก็คุมค่ากับเงินที่จ่ายไปแล้วครับ และสำหรับคนที่จะใช้ Honda CBR1000RR-R ในการแข่งขัน ต้องบอกว่า ทาง Honda เองก็ยังจัดออฟชั่นทำให้ For Race ไว้ให้อีกด้วยนะ

 

 

สำหรับใครที่สนใจ Honda CBR1000RR-R สามารถเข้าไปดูตัวจริงได้ที่ Honda BigWing ใกล้บ้านได้เลยครับ สำหรับ 50 ท่านแรกจะได้นาฬิกาลิมิเต็ม MM93 พร้อมลายเซ็นต์แบบยิงเลเซอร์ไว้ไม่หลุดไม่ลอกแน่นอน แถมยังมีกิจกรรม Honda Track Xperience ฟรีจำนวน 4 ครั้ง ในระยะเวลา  ปีอีกด้วย เรียกว่าคุ้มค่ามากๆเลยครับ 
ในส่วนราคาของ Honda CBR1000RR-R ตัว STD (สีดำ) อยู่ที่ 999,000 บาท
ราคาของ Honda CBR1000RR-R SP (สีไตรคัลเลอร์) อยู่ที่ 1,119,000 บาท

 

 

ขอขอบคุณ AP.Honda มากๆครับ ที่ให้โอกาสพวกเราทีมงาน Mocyc.com ได้เข้าทดสอบขับขี่ Honda CBR1000RR-R ในครั้งนี้

 

 

ติดตามข่าวสารวงการมอไซค์ : http://www.mocyc.com
Page Facebook : http://www.facebook.com/MocycThailand
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UC2zealFH63iys1sWHW6xFOg?view_as=subscriber
IG : MocycThailand

>>