MICHELIN POWER5 สุดยอดแห่งยาง Street มั่นใจทั้งพื้นแห้งและพื้นเปียก

 

MICHELIN POWER5 สุดยอดแห่งยาง Street มั่นใจทั้งพื้นแห้งและพื้นเปียก

ก่อนที่เราจะมาเริ่มทดสอบยาง Michelin Power5 เรามาพูดถึง Michelin ก่อนครับว่า Michelin กลับมาสู่ MotoGP อีกครั้งในปี 2016 ซึ่ง MotoGP เป็นรายการแข่งรถมอไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และทาง Michelin ก็ได้พัฒนายางมาทุกปี ซึ่งยางที่ใช้แข่งขัน MotoGP จะเป็นยางพิเศษที่ทำขึ้นมาเพื่อการแข่งขันเท่านั้น กลับมาที่ยาง Michelin Power 5 กันต่อครับ ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่า ยางที่ Michelin มีมาตรฐานที่ยอดเยี่ยมในการผลิต และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามมาสู่ท้องถนน อย่างแน่นอน

 

 

ยาง Michelin Power 5 เป็นอย่างตัวใหม่ล่าสุดจาก Michelin ที่มีเทคโนโลยีหลากหลายอย่างเลยก็ว่าได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี ผิวลูกกอล์ฟ ซึ่งผิวลูกกอล์ฟจะอยู่ที่ ไหล่ยางนั่นเองช่วยอะไรหล่ะ? เทคโนโลยีผิวลูกกอล์ฟช่วยให้เราเข้าโค้งในพื้นที่เปียกได้อย่างมั่นใจ ต้องบอกก่อนว่ายาง Michelin Power5 เป็นยางแบบ 2CT (Two Compound Technology) ในยางหน้า ส่วนยางหลังจะเป็น 2CT+ (Two Compound Technology) ละ 2CT+ คืออะไรหล่ะ เรามาทำความรู้จักกันครับ ยาง 2 คอมปาวด์กล่าวง่ายๆคือยางที่มีหน้ายางเป็นยางที่แข็งกว่า ไหล่ยางนั่นเองครับ ส่วน 2CT+ ของ Michelin คือหน้ายางแข็งกว่าไหล่ยาง ส่วนตรงไหล่ยาง จะมียางที่แข็งกว่าอยู่ภายใต้ไหล่ยางนั่นเอง จาที่เริ่มแกะห่อยางออก สัมผัสแรกเลยเมื่อจับยาง รู้สึกได้เลยว่า ยางมันกลมดีแฮะ หน้ายางนิ่มด้วย ต้องขี่มันส์แน่นวลลลลลล ซึ่งยางที่ผมได้มาทดสอบเป็นไซด์ยางหน้าขนาด 120/70 ยางหลังขนาด 160/60 ส่วนยาง Michelin Power 5 มีไซด์ตามนี้เลยครับ

 

 

รถที่ผมใช้ทดสอบครั้งนี้คือ Yamaha YZF-R3 ซึ่งไซด์ยางที่ได้มาจะบอกว่า Over Side ก็ได้ครับ แต่ด้วยความที่ว่ายางกลม จึงทำให้ดูพอดีกับตัวรถมากๆเลยครับ เรียกได้ว่า กำลังดีเลยทีเดียว  หลังจากเปลี่ยนยางเสร็จ แนะนำให้ทุกคน ทำการเปิดหน้ายางก่อน โดย ขับขี่วอมยางไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบ สัก 5-10 กิโลเมตร เพื่อสารที่เคลือบอยู่หน้ายางหลุดออกก่อน (เดี๋ยวลื่น) และให้หน้ายางมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วย ยางจะได้จับกันถนนได้ดีมากยิ่งขึ้น ถ้าหากเป็นรถแข่ง บางคนอาจจะลงไปขี่สักรอบสองรอบก่อนเพื่อเปิดหน้ายาง บางคนอาจจะใช้กระดาษทรายขัดเบาๆ เพื่อให้ผิวยางเปิดก่อนนั่นเองครับ การทดสอบยางครั้งนี้ ผมจะทำการทดสอบโดย ทดสอบเบรกในพื้นที่แห้ง พื้นที่เปียก การเลี้ยวในที่แคบ การเข้าโค้งในพื้นที่แห้ง พื้นที่เปียก การขับขี่ขึ้นดอย เรามาดูกันว่ายาง Michelin Power5 จะตอบโจทย์ตามที่ผมต้องการทดสอบได้มากน้อยเพียงไหน มาดูกันเลย !!!

การทดสอบแรก ทดสอบระยะเบรก

รู้สึกได้เลยว่าเบรกสั้นลง เวลาเบรกจะรู้สึกได้เลยว่า เห้ย รถหยุดไวกว่าปกติ และที่สำคัญเวลาเบรกหนักๆ รถไม่มีอาการเป๋เลย ส่วนล้อหลัง ก็เอาอยู่สบายๆ เนื่องจากรถที่ทดสอบใส่ยางโอเวอร์ไซด์ ล้อหลังจึงไม่ลอย

 

 

การทดสอบเบรกในพื้นที่เปียกดอกยางของ Michelin Power5 ที่มีร่องลึก ช่วยรีดน้ำได้ดีจริงๆครับ ระยะเบรก ไม่ต่างจากที่แห้งเลย (จริงๆตอนเปียกเหมือนความเร็วจะเยอะกว่าด้วยซ้ำ) เบรกอยู่สบายๆระยะเบรกสั้นอีกด้วย

 

 

การเลี้ยวเป็นวงกลมในที่แห้งผสมเปียก

ยางยึดเกาะได้ดีครับ อย่างที่บอกว่าบางมีดอกยางลึก จึงทำให้พื้นที่มีน้ำขังไม่เป็นอุปสรรค์เลยครับ อ๋อ แล้วการเข้าโค้งเร็วๆในที่น้ำขัง เทคโนโลยีผิวลูกกอล์ฟ ช่วยรีดน้ำทำให้อยู่ในโค้งที่มีน้ำขังนิ่ง รีดน้ำได้ดีนั่นเอง

 

 

หลังจากที่ทดสอบในลานที่เป็นสถานที่ส่วนบุคคลเสร็จ (หน้าอ๊อฟฟิศ) เราก็ได้ไปทดสอบในถนนจริงๆ ก็คือ การขับขี่ขึ้นดอย โค้งกว้างๆ ซึ่งยาง Michelin ทำได้เยี่ยมเลยครับ โค้งกว้างๆความเร็วสูงๆ ยางเกาะถนนได้ดี ถ้ายิ่งเซ็ทยางให้เข้ากับช่วงล่างรับรอบเลยว่าขับขี่ได้ดีมากๆเลยครับ แต่เนื่องจากเราใส่ยาง โอเวอร์ไซด์ จึงทำให้พลิ๊กรถช้ากว่าปกตินิดหน่อย  ส่วนยางหลังที่เป็นยาง 2CT+ ต้องรอให้เราใช้ยางไปหลายพันกิโลก่อนครับ ถึงจะตอบได้ว่าช่วยในเรื่องอะไรบ้าง  ซึ่งยาง Michelin Power5 เขาได้เคลมไว้ว่าได้ได้ถึง 15,000 กิโลเมตร

 

 

บทสรุปของยาง Michelin Power5 เป็นยาง Street ที่ใช้งานได้ดีมากๆเลยครับ แถมยังสมราคาอีกด้วย ยิ่งพื้นเปียกยังใช้ได้ดีเลย หายห่วงเลยครับ ส่วนพื้นแห้งไม่ต้องพูดถึงเลย เป็นยางที่รีดศักยภาพของรถออกมาได้แบบ ยอดเยี่ยมมากเลยครับ

หากใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ตัวแทนจำหน่ายยาง Michelin ที่ใกล้บ้านท่านได้เลยครับ

 

สามารถรับชมรูปภาพเพิ่มเติมของยาง Michelin Power5 ได้ที่ http://mocyc.com/gallery/6989/MICHELINPOWER5สุดยอดแห่งยางStreet

ติดตามข่าวสารวงการมอไซค์ : http://www.mocyc.com
Page Facebook : http://www.facebook.com/MocycThailand
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UC2zealFH63iys1sWHW6xFOg?view_as=subscriber
IG : MocycThailand

>>