GPX MAD 300 รถสไตล์ Sport Naked Custom เฟี้ยวฟ้าวมาจากโรงงาน

 
GPX MAD 300 รถสไตล์ Sport Naked Custom เฟี้ยวฟ้าวมาจากโรงงาน

 


ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่า GPX MAD 300 เป็นรถที่เรียกได้ว่ามี CC เยอะที่สุดเท่าที่ GPX เคยทำรถมาเลย และเครื่องยนต์นี้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ซะด้วย หรือง่ายๆคือเครื่องยนต์บล็อกใหม่นั้นเอง ซึ่งระบายความร้อนด้วยน้ำอีกต่างหาก ต้องขอออกตัวเลยว่า GPX MAD 300 เป็นรถที่เรียกได้ว่าลงตัวมากๆคันหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถตอบโจทย์สำหรับคนที่มองๆรถพิกัด 300 cc เลยครับ
เรามาเริ่มที่ตัวเครื่องยนต์กันดีกว่าครับ เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ขนาด 292.4 cc. DOHC 1 สูบ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ 6 สปีด กำลังอัดอยู่ที่ 11:1 จ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด ถังน้ำมันมีขนาด 15.1 ลิตร ฝาถังน้ำมันแบบฝาพับติดกับถังและมีครอบด้วยพลาสติก ซึ่งจุดนี้เองทำให้ฟิวส์ และอารมณ์แบบรถสปอร์ตเลย  
 

 


โช้กหน้ามาในแบบ Up-Side Down โช้กหลังมาในแบบ Mono Spring ที่สามารถปรับระดับความแข็งได้ (ปรับระดับความแข็งของสปริง) เพื่อให้เข้ากับน้ำหนักของผู้ขับขี่นั่นเอง เบรกหน้าเป็นแบบดิกส์เบรกแบบคู่ จานดิกส์มีขนาด 300 mm. ซึ่งปั๊มเบรกขข้างละ 2 พอท ทำให้มั่นใจในระบบเบรกอย่างแน่นอน ซึ่งทาง GPX เองยังให้สายเบรกหน้าแบบสายถักมาอีกด้วย จึงทำให้ระบบเบรกดีกว่าแบบสายยางธรรมดาอย่างแน่นอน 
 


 

 


ส่วนทางด้านเบรกหลังเป็นดิกส์เบรกมีขนาดจานดิกส์อยู่ที่ 200 mm. ที่มีลูกสูบเบรกขนาด 1 พอท ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานอย่างแน่นอน
 


 

 

ไฟหน้ามาในแบบ LED Headlight ที่มีลักษณะรูปร่างเหมือนโคมเกือบๆสี่เหลี่ยม ที่ให้ความสว่าง ทั้งกลางวันและกลางคืน ดีไซน์ใหม่ ที่มาแนว โหด ดุดัน ไฟเลี้ยวมาในแบบ LED ในส่วนของไฟท้ายมาในแบบ LED เช่นกัน ที่มีรูปแบบเป็นตัว U คว่ำ เรียกว่าระบบไฟทั้งคันมาในแบบ Full LED เลยก็ว่าได้ครับ
 



ในส่วนของตัวถังน้ำมันเรียกได้ว่าออกแบบได้โดดเด่นมาก ซึ่งตัวที่ผมได้รีวิวเป็นสีเทา ถังน้ำมันสีเทา กับโลโก้ MAD สีดำ ทำให้ดูลงตัวมากๆเลย มันทำให้ถึงน้ำมันดูเหมือนเป็นถังอลูมิเนียมเลยครับ เบาะแบ่งเป็นสองตอน ให้อารมณ์แบบรถสปอร์ตเลย
 

 
เบาะคนขี่ให้มากว้างและใหญ่มาก ทำให้นั่งได้สบายๆเลย ความสูงจากเบาะถึงพื้นอยู่ที่ 795 mm. น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 157 กิโลกรัม มิติของรถอยู่ที่ กว้าง 790 mm. ยาว 2,025 mm. สูง 1,090 mm. โครง GPX MAD 300 เป็นโครงถักรอบคัน Trellis Frame ซึ่งมั่นใจได้ว่ามีความแข็งแรงทนต่อแรงบิดสูง

 

 

 

ท่อที่ติดมากับรถเป็นท่อแบบสั้น ที่มีหม้อพักขนาดใหญ่อยู่ใต้รถ ซึ่งทำให้น้ำหนักของตัวรถลงตรงกลางรถพอดี
 


เรือนไมล์เป็นแบบ Full digital LCD ที่เปลี่ยนสีได้ 3 สี ส้ม , แดง และ ขาว โดยการแสดงผลจะแสดง วัดรอบ , ความเร็ว ที่สามารถปรับได้เป็น กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือ ไมล์/ชั่วโมง , ระดับน้ำมัน , ตำแหน่งเกียร์ , ระยะทางรวม และ ทริป ในส่วนของไฟเตือนการทำงานก็จะมี ไฟเลี้ยว , เกียร์ว่าง , อุณหภูมิเครื่องยนต์ , ไฟสูง และการทำงานของหัวฉีด ทางด้านขวามีช่อง Power Socket แบบ USB เพื่อสามารถใช้งานชาร์จอุปกรณ์ต่างๆได้ แฮนด์เป็นแฮนด์บาร์ ที่มีขนาดค่อนข้างกว้าง ทำให้ควบคุมรถได้ง่ายเลย
 


 


 

 
ฟิลลิ่งในการขับขี่

 

 
การขับขี่และทดสอบของเรารอบนี้เป็นแนวแบบ สตรีท จึงทำให้ออกไปทางที่เรียกว่าขับขี่แบบสนุกสนานมากว่า ซึ่งความรู้สึกและการคร่อมรถครั้งแรกรู้สึกได้เลยว่า ฟิวส์มันได้นะ ดีกว่าที่คิดเยอะเลย แฮนด์กว้างควบคุมง่าย

 


สวิตซ์ต่างๆอยู่ใกล้นิ้วโป้ง ใช้ง่ายเป็นอย่างมาก ก้านเบรกหน้า สามารถปรับระดับได้อีกด้วย ท่านั่งเป็นท่าที่ค่อนข้างหลังเกือบตรง ทำให้ไม่ค่อยเมื่อยในการขับขี่อย่างแน่นอน  พอสตาร์ทเครื่อง เสียงท่อให้ความรู้สึกเลยว่า เห้ย !! นี่มันท่อเดิมนี่ แต่เสียงอย่างกับท่อสูตร ต้องบอกก่อนเลยว่า GPX MAD 300 เป็นรถที่เน้นรอบต้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ช่วงเกียร์ 1-4 ให้ความรู้สึกได้ว่า รอบต้นมาดีเป็นอย่างมากเลย
 

 



ในส่วนของรอบกลางๆ ถ้าขี่ปกติเตะเกียร์ที่ 6-8 พันรอบกำลังดีเลย ช่วงเกียร์ 5-6 ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างตื้อๆไปหน่อย (สำหรับตัวผมเอง) ต่องใช้เวลาสักพักกว่าจะเค้น Top Speed ได้ ซึ่ง Top Speed ที่ทำได้อยู่ที่ 160 Kn/hr. ซึ่งถือว่าใช้ได้เลยกับรถเน็กเก็ตไบค์ ในพิกัดนี้ ในส่วนของทางโค้ง ยางหน้าที่มีขนาด 110/70 ถือว่าพลิ๊กรถได้ไวพอสมควร เนื่องจากช่วงหน้าของรถค่อนข้างมีน้ำหนัก  และมีมุมเลี้ยวที่ค่อนข้างแคบ  อาจจะต้องใช้เวลาสักพักก็จะเริ่มคุ้นชิน  จับจังหวะการเลี้ยวได้สบายๆ ในส่วนยางหลังที่มีขนาด 150/60 ถือว่ากำลังดีเลย ถ้าเป้นรถล๊อตแรกจะได้ยางจาก IRC แต่ในส่วนของคันที่เราได้มาทดสอบจะเป็นยางจาก Vee Rubber ซึ่งก็มีความหนึบของยางเหมือนๆกันครับ ช่วงล่างที่ติดมากับรถสำหรับตัวผมเองถือว่าให้มาพอดีกับการขับขี่ในการใช้ชีวิตประจำวันเลย แต่ถ้าหากใครที่ขับขี่แบบเบรกหนักๆ อาจจะต้องเซ็ทโช้กหน้าอีกนิดหน่อย ส่วนโช้กหลังที่สามารถปรับระดับความแข็งได้ จากที่ทดสอบแล้ว ไม่มีอาการย้วยเลย  อาการดื้อโค้งของรถไม่มีเลยก็ว่าได้ครับ ตามสั่งตลอดเวลาอยู่ในโค้ง ในส่วนที่ผมชอบอีกอย่างของตัวรถก็คือ ท้ายสั้นที่มาจากโรงงานเรียกได้ว่าโดนใจวัยรุ่นเลยทีเดียว กันดีที่มาจากโรงงานให้ความรู้สึกแข็งแรงมากๆเลย ในส่วนของการเข้าเกียร์หรือลดเกียร์ ให้ความรู้สึกนิ่ม ไม่แข็งเลย อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 27-28 กิโลเมตร/ลิตร 



GPX MAD 300 ถือว่าเป็นรถ Sport Naked Custom ที่เรียกได้ว่าลงตัวเป็นอย่างมากของทาง GPX เลยก็ว่าได้ครับซึ่งจุดเด่นของ GPX MAD 300 ที่ผมชอบก็คืออัตราเร่งในรอบต้นที่เร้าใจเป็นอย่างมากๆ เบรกหน้าที่เรียกได้ว่าหนึบ คือสิ่งที่ผมประทับใจอีกหนึ่งอย่างเลยครับ การดีไซน์ของตัวรถเองเรียกได้ว่าแหวกแนวไปอีกขั้น การใช้งานในเมืองกำลังดีเลย อัตราเร่งเหมาะมากๆ การท่องเที่ยวขับขี่ขึ้นดอยก็ตอบโจทย์อีกเช่นกัน มันจึงทำให้ GPX MAD 300 ลงตัวมากๆเลยครับ ซึ่ง GPX MAD 300 มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีเทา , แดง , เหลือง และ ดำ หากใครที่สนก็สามารถเข้าไปดูตัวจริงและจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX ทั่วประเทศครับ ส่วนราคาของเจ้า GPX MAD 300 นั้นอยู่ที่ 93,500 บาท สำหรับตัว Standard แต่ล่าสุด GPX ก็ได้เปิดตัวไปเวอร์ชั่นใหม่ คือ MAD 300 MAX มีการปรับฟังก์ชั่น โช๊คหลังเป็นโช๊คแก๊ส YSS และ ยางเป็น Pirelli ตัว Standard ที่เราเอามาทดสอบยังดีเกินคาดขนาดนี้ แล้วตัวใหม่ที่ปรับฟังก์ชั่นมาให้นี่ต้องแจ่มขึ้นอย่างแน่นอน

สนใจดูข้อมูลรถ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.gpxthailand.com/
ขอขอบคุณ GPX ประเทศไทย และร้าน ตรีธวัฒน์ มอเตอร์ เชียงใหม่ ที่ให้โอกาสพวกเราได้รีวิวและทดสอบในครั้งนี้

สามารถรับชมรูปภาพของ GPX MAD 300 เพิ่มเติมได้ที่ http://www.mocyc.com/gallery/6966/GPXMAD300 และ http://www.mocyc.com/gallery/6964/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%86%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87GPXMAD300%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7


ติดตามข่าวสารวงการมอไซค์ : http://www.mocyc.com
Page Facebook : http://www.facebook.com/MocycThailand

>>