ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ขนกองทัพจัดเต็มสุดคึกคักบุกงาน มอเตอร์โชว์ 2024 เปิดตัว 5 รุ่นใน 3 เซกเมนต์ | Motor Show 2024

“ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์” บุกงาน Motor Show 2024 เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ 3 เซกเมนต์ “ร็อกเก็ต 3 สตรอม” “ไทเกอร์ 900” “เดย์โทน่า 660” ให้สัมผัสจริงและจับจองเป็นเจ้าของ พร้อมรับโปรฯ สุดพิเศษเฉพาะภายในงานเท่านั้น!!

ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ขนกองทัพรถจักรยานยนต์จัดเต็มสุดคึกคักบุกงาน “มอเตอร์โชว์ 2024” ด้วยการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ 5 รุ่นใหม่ ใน 3 เซกเมนต์ สำหรับปี 2024 เริ่มต้นที่เซกเมนต์ร็อกเก็ต ได้แก่ “ร็อกเก็ต 3 สตรอม อาร์” (Rocket 3 Storm R) และ “ร็อกเก็ต 3 สตรอม จีที” (Rocket 3 Storm GT) รถจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์ใหญ่ที่สุดในสายการผลิตเจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมสมรรถนะที่มากขึ้น การบังคับควบคุมที่ดียิ่งขึ้น และโทนสีที่เข้มและชวนให้จับจ้อง ต่อด้วยเซกเมนต์แอดเวนเจอร์ ได้แก่ “ไทเกอร์ 900 จีที โปร” (Tiger 900 GT Pro) และ “ไทเกอร์ 900 แรลลี่ โปร” (Tiger 900 Rally Pro) รถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ขนาด 900 ซีซี ที่พร้อมส่งมอบสมรรถนะ ขีดความสามารถ ความสะดวกสบายตลอดทั้งวัน ตลอดจนมุมมองในการขับขี่ที่มากขึ้น ปิดท้ายด้วยเซกเมนต์สปอร์ต ได้แก่ “เดย์โทน่า 660” (Daytona 660) รถจักรยานยนต์สปอร์ตขุมพลังเครื่องยนต์สามสูบใหม่ล่าสุดขนาด 660 ซีซี มอบสมรรถนะสไตล์สปอร์ตอันน่าตื่นเต้น การขับขี่แบบไดนามิก ตลอดจนประสิทธิภาพ ขีดความสามารถ และสเปคสูงสุดในกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดขนมาให้ยลโฉมอย่างใกล้ชิดพร้อมเปิดรับจอง รวมถึงพบโปรโมชันสุดพิเศษเฉพาะภายในงาน อาทิ รับข้อเสนอทางการเงินสูงสุด 200,000 บาท ให้เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์รุ่นที่ชอบได้ง่ายขึ้น ตลอดจนเพลิดเพลินไปกับส่วนลดคอลเลคชันเสื้อผ้าสูงสุด 50% พบกันได้ที่งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45” ณ บูธไทรอัมพ์ M1 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม 2567 จนถึงวันที่ 7 เมษายน 2567

 

 

เริ่มต้นด้วยเซกเมนต์ร็อกเก็ต ที่ประกอบไปด้วย “ร็อกเก็ต 3 สตรอม อาร์” (Rocket 3 Storm R) และ “ร็อกเก็ต 3 สตรอม จีที” (Rocket 3 Storm GT) สุดยอดรถโรสเตอร์เจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมสไตล์โฉบเฉี่ยวสะดุดตาที่จะมอบประสบการณ์ในการขับขี่อันน่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในสายพานการผลิตด้วยขนาดความจุเครื่องยนต์ 2,458 ซีซี มอบกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 15 แรงม้า ทำให้พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 182 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อวินาทีในขณะที่แรงบิดเพิ่มขึ้นอีก 4 นิวตันเมตร สู่จุดสูงสุดใหม่ที่ 225 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ 4,000 รอบต่อนาที ด้านรูปลักษณ์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 18 ลิตร ล้อหลังขนาด 16 นิ้ว และล้อหน้า 17 นิ้ว ที่ได้รับการปรับปรุง ด้วยการออกแบบล้ออะลูมิเนียมหล่อแบบ 10 ก้าน ให้ความรู้สึกสปอร์ตยิ่งขึ้น และมีความคล่องตัว

 

อีกทั้งยังมีเฟรมอะลูมิเนียมที่แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ด้านคุณลักษณะเฉพาะระดับพรีเมียมด้วยโช้คหน้าคู่หัวกลับจาก Showa ขนาดใหญ่ 47 มม. สามารถปรับได้ทั้ง Rebound และ Compression ช่วยส่งมอบประสิทธิภาพในการควบคุมอย่างน่าประทับใจ ด้านโช้คหลังเดี่ยว RSU ของ Showa พร้อมซับแทงค์ที่สามารถปรับตั้งค่าได้เต็มระบบ รวมทั้งพลังในการหยุดรถที่เหนือชั้นเทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่ อาทิ คาลิปเปอร์เบรกหน้าแบบเรเดียล Brembo Stylema สเปคสูงสุด พร้อมจานเบรกคู่ขนาด 320 มม. ส่วนคาลิปเปอร์เบรกหลังโมโนบล็อกเรเดียล 4 ลูกสูบ Brembo M4.32 และจานเบรกหลัง 300 มม. ขณะเดียวกันยังมีระบบ Optimised Cornering  ABS และ Optimised Cornering Traction control รวมถึงระบบ Cruise control มีโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Road, Rain, Sport และ Rider-configurable 


 

นอกจากนี้สองรุ่นมีหน้าจอแผงหน้าปัด TFT แบบ Full Colour พร้อมจอยสติ๊กห้าทิศทางแบบเรืองแสง มีช่องชาร์จไฟ USB มีระบบสตาร์ทแบบไร้กุญแจ และล็อคพวงมาลัยเป็นมาตรฐาน รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่สามารถติดตั้งเพิ่มเพื่อเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์ในการนำทางแบบ Turn-by-turn การใช้งานควบคุมโทรศัพท์ และการฟังเพลง ตลอดจนมีอุปกรณ์เสริมของแท้มากกว่า 50 รายการให้เลือก เพื่อสร้างรถจักรยานยนต์ในสไตล์ของผู้ขับขี่ โดยรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ Rocket 3 Strom ทั้ง 2 รุ่น ยังมาพร้อมสีดำเคลือบอโนไดซ์คุณภาพสูงรอบคัน และคุณภาพของรายละเอียดในระดับที่ไร้ที่ติ

โดยแต่ละรุ่นมีตัวเลือกสีทูโทนที่แตกต่างกัน 3 รูปแบบ โดยรุ่น Rocket 3 Storm R มีสี Carnival Red/Sapphire Black สี Satin Pacific Blue/Matt Sapphire Black และสี Sapphire Black/Granite ในขณะที่รุ่น Rocket 3 Storm GT มีจำหน่ายในสีเดียวกัน โดยแตกต่างกันด้วยการสลับด้านของสี พร้อมรับประกันคุณภาพ Triumph Warranty 2 ปีแบบไม่จำกัดระยะทาง รวมถึงความคุ้มค่าของช่วงเวลาการเข้ารับบริการเช็คระยะที่สูงถึง 16,000 กิโลเมตร ตลอดจนฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง (Triumph Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 2 ปี

 

พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวรถจักรยานยนต์เซกเมนต์แอดเวนเจอร์รุ่นล่าสุดปี 2024 ได้แก่ “ไทเกอร์ 900 จีที โปร” (Tiger 900 GT Pro) และ “ไทเกอร์ 900 แรลลี่ โปร” (Tiger 900 Rally Pro) ที่ได้อัปเกรดเครื่องยนต์สามสูบใหม่ขนาด 900 ซีซี อย่างมีนัยสำคัญ ให้พละกำลังเพิ่มขึ้นจากเดิม 13% โดยให้พละกำลังสูงสุด 108 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่สูงขึ้น 90 นิวตันเมตร ในขณะที่เครื่องยนต์ใหม่ ยังให้ความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้นในช่วงรอบเครื่องที่ต่ำลงด้วยเพลาข้อเหวี่ยงแบบ T-Plane ที่สมดุลกับช่วงจุดระเบิด ด้านตัวรถทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมโครงแบบแยกส่วนที่มีน้ำหนักเบา ชิลด์หน้าปรับได้ เบาะนั่งปรับสูงต่ำได้ 20 มม. และถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร ระบบไฟ LED ทั้งหมด รวมถึงไฟหน้า DRL อันเป็นเอกลักษณ์ ไฟท้ายขนาดกะทัดรัด สวิตช์คิวบ์แบบเรืองแสง มือจับและเบาะนั่งแบบปรับอุณหภูมิความร้อนได้ มีระบบการเชื่อมต่อ My Triumph เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงการฟังเพลง การคุยโทรศัพท์ และระบบนำทางแบบ Turn by turn ผ่านจอแสดงผล TFT ขนาด 7 นิ้ว ที่ใช้งานง่ายและอ่านง่าย ทั้งนี้รุ่น Tiger 900 GT Pro ที่เน้นการใช้งานบนถนน มีล้ออัลลอยด์หล่อน้ำหนักเบาขนาด 19 นิ้วที่ด้านหน้า และ 17 นิ้วที่ด้านหลัง เพื่อความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างการควบคุมบนถนน และความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรด ในขณะที่ Tiger 900 Rally Pro ใช้ล้อซี่ลวดแบบไม่มียางในที่มีล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว

       

 

ในขณะที่คุณสมบัติด้านความปลอดภัยแบบแอคทีฟใหม่ทั้งหมดเพื่อสมรรถนะสูงสุดบนถนน และทางออฟโรด อาทิ เบรก Brembo Stylema® Monobloc ซึ่งรุ่น Tiger 900 GT Pro มาพร้อมโช้คหัวกลับ Marzocchi ขนาด 45 มม. ที่ปรับได้อย่างเต็มที่ พร้อมโช้คหลังที่ปรับ Preload และ Rebound ได้ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยระยะยุบตัวของล้อหน้าอยู่ที่ 180 มม. ส่วนระยะยุบตัวของล้อหลังอยู่ที่ 170 มม. ส่วนรุ่น Tiger 900 Rally Pro มาพร้อมโช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม. ที่ปรับได้อย่างเต็มที่ทั้ง Preload, Rebound และ Compression โดยโช้คหลังสามารถปรับ Preload และ Rebound ได้ ระยะยุบตัวของล้อหน้าอยู่ที่ 240 มม. ส่วนระยะยุบตัวของล้อหลังอยู่ที่ 230 มม. อีกทั้ง 2 รุ่นยังมีเทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่ อาทิ ระบบ Optimised cornering ABS และ Traction Control ที่มาพร้อมระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS) ระบบตรวจจับแรงเฉื่อย IMU (Inertial Measurement Unit) และระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์ของไทรอัมพ์ Triumph Shift  Assist เป็นมาตรฐาน โดยรุ่น Tiger 900 GT Pro มีโหมดขับขี่ทั้งหมด 5 โหมดได้แก่ Road, Rain, Sport และ Off-Road รวมถึง Rider configurable ด้านรุ่น Tiger 900 Rally Pro มีโหมดขับขี่ 6 โหมด โดยมีโหมด Off-Road Pro เพิ่มเติมเข้ามา พร้อมกันนี้ Tiger 900 GT Pro และ Tiger 900 Rally Pro ยังมีสไตล์ Tiger ที่ดุดันและท่วงท่าเน้นการผจญภัยที่โดดเด่นได้รับการปรับปรุงใหม่ ตัวถังใหม่มีการออกแบบที่ให้ความรู้สึกเพลินตาเมื่อจ้องมองมากขึ้น ไล่ตั้งแต่จะงอยปากด้านหน้า ผ่านค็อกพิทเข้าสู่แผงด้านข้าง ตลอดจนมีอุปกรณ์เสริมมากกว่า 50 รายการ ซึ่งมีท่อเก็บเสียงใหม่ของอาคาโพวิค (Akrapovic) อยู่ในรายการ ซึ่งผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกชุดอุปกรณ์เสริมที่สามารถปรับแต่งรถจักรยานยนต์ได้ตามสไตล์ที่ต้องการได้ทั้งหมด 4 แบบ ประกอบด้วย ชุด Performance, Protection, Trekker และ Expedition ทั้งนี้ Tiger 900 ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมความคุ้มค่าด้วยการรับประกันคุณภาพ Triumph Warranty 2 ปีแบบไม่จำกัดระยะทาง รวมถึงความคุ้มค่าของช่วงเวลาการเข้ารับบริการเช็คระยะที่สูงถึง 10,000 กิโลเมตร หรือ 12 เดือน ตลอดจนฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง (Triumph Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 2 ปี 

โดย Tiger 900 GT Pro มีจำหน่ายในสี Snowdonia White เป็นสีมาตรฐาน โดยมีตัวเลือกสีระดับพรีเมียมให้เลือก 2 สี ได้แก่ Graphite/Sapphire Black และ Carnival Red/Sapphire Black ด้านรุ่น Tiger 900 Rally Pro มีจำหน่ายในสี Carbon Black/Sapphire Black พร้อมตัวเลือกสี Ash Grey/Intense Orange สุดโดดเด่น หรือจะเป็นสี Matt Khaki Green/Matt Phantom Black

 

 

ขณะเดียวกันยังพบคันจริงของ “เดย์โทน่า 660” (Daytona 660) รถจักรยานยนต์สปอร์ตขนาดกลางที่ถือกำเนิดใหม่อีกครั้งเพื่อผู้ขับขี่รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์สามสูบใหม่ล่าสุดขนาด 660 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 11,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 69 นิวตันเมตร ที่ 8,250 รอบต่อนาที พร้อมชุดเกียร์ 6 สปีด เสริมด้วยท่อไอเสียใหม่ ซึ่งมีส่วนหัวแบบ 3 ออก 1 และท่อเก็บเสียงด้านล่างขนาดกะทัดรัด พร้อมส่วนปิดท้ายจากสเตนเลสสตีล ทำให้ส่งมอบเสียงสไตล์สปอร์ตอันทรงพลัง ด้านอุปกรณ์สเปคระดับสูงอัดแน่น มาพร้อมโช้คหัวกลับลูกสูบขนาดใหญ่ของ Showa ขนาด 41 มม. และโช้คหลัง RSU แบบโมโนช็อคของ Showa รองรับการปรับตั้งค่าพรีโหลด เบรกเรเดียลสี่ลูกสูบพร้อมดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 มม. พร้อมสายเบรกแบบถัก จับคู่กับยาง Michelin Power 6 ใหม่ล่าสุดที่ติดตั้งเป็นยางมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจในการขับขี่ทั้งบนถนนเปียกและแห้ง อีกทั้งเทคโนโลยีที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่และความปลอดภัย ด้วยคันเร่งไฟฟ้าที่ให้การตอบสนองของคันเร่งที่คมชัดและแม่นยำ อีกทั้งยังมีโหมดการขี่ 3 โหมด ได้แก่ Sport, Road และ Rain ซึ่งปรับการตอบสนองของปีกผีเสื้อ ไปจนถึงการตั้งค่าระบบควบคุมการยึดเกาะถนนให้เหมาะสมกับสภาวะต่างๆ 

               

ส่วนแผงหน้าปัดอเนกประสงค์หน้าจอ TFT ได้รับการออกแบบที่ไม่บดบังข้อมูลผู้ขับขี่ โดยผู้ขับขี่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมผ่านระบบ My Triumph ที่มีทั้งการนำทางแบบ Turn-by-turn การเชื่อมต่อการโทรศัพท์และฟังเพลง โดยฟังก์ชันทั้งหมดจะแสดงอย่างชัดเจนบนหน้าจอ TFT และควบคุมผ่านสวิตช์เกียร์ เพื่อความสะดวกในการใช้งานขณะขับขี่ ในขณะที่ DNA ของการออกแบบและรูปลักษณ์สืบทอดจากต้นฉบับ ได้รับการปรับโฉมใหม่ด้วยมุมมองที่สดใหม่ เพื่อท่วงท่าใหม่ที่ดุดัน และเส้นสายที่สะอาดตามากขึ้น ไฟหน้า LED คู่ ผสานกับช่องรับอากาศส่วนกลาง และตัวถังแบบมินิมอลเน้นรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต ปิดท้ายด้วยไฟท้าย LED แบบโค้งมน ซึ่งทั้งหมดจะมีกราฟิก ‘660’ สุดโดดเด่นที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่งมองเห็นได้ชัดเจน

 

 

นอกจากนี้ Daytona 660 ยังมาพร้อมอุปกรณ์เสริมของแท้จากไทรอัมพ์มากกว่า 30 รายการ รวมถึงสามารถเพิ่มระบบ Triumph Shift Assist ได้อีกด้วย เพื่อปรับแต่งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย สไตล์ และการใช้งานจริงให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมาพร้อมความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของด้วยการรับประกันคุณภาพ Triumph Warranty 2 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง รวมถึงความคุ้มค่าของช่วงเวลาการเข้ารับบริการเช็คระยะที่สูงถึง 16,000 กิโลเมตร ตลอดจนฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง (Triumph Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 2 ปี

 

ทั้งนี้ Daytona 660 พร้อมให้ทุกคนจับจองเป็นเจ้าของในราคา 327,300 บาท มาพร้อม 3 สีสันให้เลือก ได้แก่ สี Satin Granite/Satin Jet Black, สี Carnival Red/Sapphire Black และสี Snowdonia White/Sapphire Black  พร้อมกันนี้ยังพบข้อเสนอสุดพิเศษ เมื่อออกรถ เดย์โทน่า 660 พร้อมชุดแต่งแท้จากไทรอัมพ์ที่มีให้เลือก 3 แบบ 3 สไตล์ ได้แก่ ชุดแต่ง All-New Daytona 660 Pro+ ออกรถพร้อมติดตั้ง Triumph Shift Assist Kit ในราคาพิเศษเพียง 340,800 บาท

 

ต่อด้วย ชุดแต่ง All-New Daytona 660 Touring+ ที่จะได้รับ Sports Tank Bag, Tail Pack, Tank Pad, Triumph Shift Assist Kit, Comfort Seat หรือ Low Seat ในราคาพิเศษเพียง 364,800 บาท และชุดแต่ง All-New Daytona 660 Sport+ ที่จะได้รับ Seat Cowl, Frame Protection, Tank Pad, Engine Cover Protection, Triumph Shift Assist, Scrolling LEDIndicators (Front & Rear) ทั้งหมดนี้ในราคาพิเศษเพียง 364,800 บาท

 

อย่างไรก็ตามภายในบูธไทรอัมพ์ยังมีอีกหลายไฮไลต์ อาทิ ครั้งแรกในไทย! ของการโชว์ตัวรถจักรยานยนต์คัสตอม “สปีด 400” (Speed 400) และ “สแครมเบลอร์ 400 เอ็กซ์” (Scrambler 400 X) ฝีมือของสำนักแต่งชั้นนำ K-SPEED และ ZEUS CUSTOM ที่จะมาเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มีความสนใจ และชื่นชอบในการคัสตอมรถจักรยานยนต์มากยิ่งขึ้น  ไม่พอ! พบโปรโมชันสุดพิเศษมากมาย อาทิ ข้อเสนอทางการเงินสูงสุด 200,000 บาท อีกทั้งพบส่วนลดเสื้อผ้าสูงสุดถึง 50% เฉพาะภายในงานเท่านั้น พบกันได้ที่งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45” ณ บูธไทรอัมพ์ M1 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม 2567 จนถึงวันที่ 7 เมษายน 2567


ติดตามข่าวสารวงการมอไซค์ : www.mocyc.com
Page Facebook : www.facebook.com/MocycThailand
Youtube : www.youtube.com/channel/UC2zealFH63iys1sWHW6xFOg?view_as=subscriber
IG : instagram.com/mocycthailand