เทอร์โบทวงบัลลังก์แชมป์ประเทศไทย MX2-A สมัยที่ 6 อย่างยอดเยี่ยม

“เทอร์โบ” ทวงบัลลังก์แชมป์ประเทศไทย MX2-A สมัยที่ 6 อย่างยอดเยี่ยม ปิดเกมส์ได้ก่อนจบฤดูกาลเป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมนำรุ่นน้องประกาศศักดารถแข่งระบบหัวฉีด PGM-FI ยึดโพเดียม 1-2-3

“เบ็นเท็น” เบิกร่องแชมป์ MX2-B แบบแต้มนำขาดลอยไม่ต้องรอผลสนามสุดท้าย ให้ฮอนด้ากลับมายิ่งใหญ่ในสนามฝุ่นอีกครั้ง

“เดอะป๋อง-สมคิด ศรีสมยศ” ประทับใจกับผลงานของลูกทีมที่ทำได้ตามเป้า หยอดถึงภาครัฐให้ความสำคัญมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น

    หลังจากที่หยุดสถิติแชมป์ประเทศไทย MX2-A 5 สมัยติดต่อกันมาถึง 2 ปี เทอร์โบ-อานนท์ เทพลิบ ก็สามารถปลดล็อกความกดดันที่ต้องตกบัลลังก์แชมป์นานารูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถูกเด็กรุ่นหลังมองผ่านแบบไร้คุณค่า จะแซงเมื่อไหร่ก็ได้ และข้อครหาที่ว่า “เทอร์โบไม่ฟิต” ด้วยการทวงบัลลังก์แชมป์ประเทศไทยสมัยที่ 6 มาครองได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องรอไปลุ้นผลในสนามสุดท้ายเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ทำแต้มสะสมฉีกคู่ชิง “กระทิงห้าว-ตระการ ทั่งทอง” นักแข่งของค่ายยามาฮ่าที่ยังเป็นรถแข่งระบบคาร์บูเรเตอร์ แบบขาดกระจุยถึง 32 แต้ม

    ซึ่งในฤดูกาลแข่งขันปี 2555 นี้ เทอร์โบพลิกสถานการณ์ด้วยการมาทำทีมแข่งเอง โดยมีครอบครัว “เทพลิบ” หนุนหลังอย่างแข็งขัน ควักทุนเรือนล้านซื้อรถแข่ง Honda CRF250R ระบบหัวฉีด PGM-FI ปี 2012 มาไว้สำหรับแข่งถึง 2 คัน และล่าสุดยังซื้อตัวแข่งปี 2013 มาเตรียมสำรองไว้แล้วอีก 1 คัน

    ในฤดูกาลนี้ เทอร์โบกวาดแชมป์สนามไปครองแล้วถึง 5 สนามจาก การแข่งขัน 7 สนาม และรั้งอันดับที่ 2 อีก 2 สนาม ส่งผลให้แต้มสะสมนำโด่งทิ้งห่างคู่ชิงตั้งแต่จบสนามที่ 7 แล้วถึง 25 คะแนน และหากการแข่งขันในสนามที่ 8 ซึ่งจัดขึ้นที่สนามสหเครน ซูเปอร์ครอส อ.เมือง จ.ชลบุรี ผลลงเอยด้วยชัยชนะของเทอร์โบอีก หรือเข้าเส้นชัยเหนือกว่ากระทิงห้าว ก็จะทำให้เทอร์โบก้าวขึ้นครองบัลลังก์แชมป์ประเทศไทย MX2-A สมัยที่ 6 แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้จะเหลือการแข่งขันสนามปิดฤดูกาลอีก 1 สนามก็ตาม

    กระทิงห้าว เบอร์18 กับ “นะจ๊ะ-วรรธนะ กัลยา” เบอร์22 ที่หวนกลับมาขี่ซูซูกิอีกหน แค่ช่วงปลายเนินลูกระนาดเทอร์โบก็เช็ โดยเทอร์โบควบ Honda CRF250R ระบบหัวฉีด PGM-FI หมายเลข3 ออกสตาร์ทเกาะกลุ่มหัวหอกผ่านโค้งแรกและเนินลูกระนาดชุดแรกไล่ตามคบิลกระทิงห้าวสำเร็จ และใช้เวลาอีก 2 โค้ง สยบความแรงของหลานชายวัชระ ปัญจมูล-วรรธนะ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ขณะเดียวกันนักแข่งดาวรุ่งฮอนด้าก็โชว์พลังรถแข่งหัวฉีดกันได้อย่างร้อนแรงแซงขึ้นแถวหน้า อย่างเช่น ไต้ฝุ่นเจ-อรุณกรุง พินโปน เบอร์15 แซงขึ้นมารั้งอันดับที่ 2 แต่ไปไม่ครบรอบพลาดล้มเสียก่อน ทำให้อันดับที่ 2 ตกไปอยู่กับนักแข่งซามูไร-มร.โอกาว่า รถซูซูกิเบอร์5 อันดับ3 เป็นของวรรธนะ และเฮอริเคนแจม-อลงค์กต พินโปน ผู้น้องที่ขี่รถหมายเลข14 ตามมาในอันดับที่ 4 ก่อนจะใช้เวลาเพียง 4 รอบแซงเอาตำแหน่งที่ 3 จากวรรธนะได้

    โอกาว่าตามหลังเทอร์โบได้ 8 รอบ ก็ไปพลาดหลุดเนินตกลงคูน้ำข้างสนาม ทำให้พินโปนผู้น้องขยับขึ้นรั้งอันดับที่ 2 ทันที แต่ก็รั้งไว้ด้วยความกดดันเพราะยังมีกระทิงห้าวและเบ็นเท็น-จักรกฤษณ์ ศุขศรีไพศาล เบอร์10 ไล่หลังมาติดๆ เบ็นเท็น ที่พลาดล้มในรอบแรกและลุกขึ้นมาไล่แซงจนรั้งอันดับที่ 4 ในรอบที่ 10 และไล่แซงเบอร์18 ได้ในเวลาเพียง 3 รอบเท่านั้น ก่อนจะมาแซงเฮอริเคนแจมได้ในปลายรอบที่ 14 ขึ้นรั้งอันดับที่ 2 เป็นครั้งแรกในการข้ามชั้นลงแข่งในรุ่น MX2-A

    สำหรับเทอร์โบ หลังจากขึ้นนำได้ก็ทะยานหนีผู้ตามแบบไม่มีรีรออะไร แล้วนำม้วนเดียว 18 รอบ ทะยานผ่านเส้นชัยประกาศความยิ่งใหญ่แชมป์ประเทศไทย 6 สมัย พร้อมนำนักแข่งรุ่นน้องทั้งเบ็นเท็นและเฮอริเคนแจมยึดยอดโพเดียมอันดับ 1-2-3 ให้กับฮอนด้าสมศักดิ์ศรีพญาอินทรีผู้นำเทคโนโลยีตัวจริง

    หลังจบเกมส์เทอร์โบกล่าวขอบคุณ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ที่สนับสนุนเขามาตลอดตั้งแต่เด็ก และทำให้ประสบความสำเร็จ ก่อนจะพูดถึงเกมในสนามนี้ว่าได้วางแผนการแข่งขันเอาไว้แล้วถ้าไม่นำก็จะตามติดคู่ชิงให้ได้ ซึ่งก่อนแข่งรถแข่งมีปัญหาเรื่องความสึกหรอของเครื่องยนต์ แต่ได้อะไหล่มาเปลี่ยนทันตั้งแต่วันซ้อม โดยก่อนหน้าก็คิดว่าจะใช้รถแข่งปี 2013 ลงแข่งแล้ว และเล่าอย่างมีความสุขว่าปีนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตการลุ้นแชมป์ประเทศไทยที่ไม่ต้องไปรอชิงดำในสนามสุดท้าย และยอมรับว่าการแข่งขันในสนามนี้ร่างกายเขามีความรู้สึกที่ผิดปกติกว่าทุกครั้ง ในเรื่องของระบบหายใจ คืออยู่ดีๆ ก็รู้สึกจะอาเจียน

    อีกหนึ่งแชมป์ประเทศไทยจากรุ่น MX2-B ที่นักแข่งฮอนด้าสามารถปิดเกมได้ก่อนจบฤดูกาล จากฝีมือของเบ็นเท็น-จักรกฤษณ์ ศุขศรีไพศาล กับรถแข่ง Honda CRF250R หมายเลข 10 ที่ขึ้นแท่นว่าที่แชมป์ประเทศไทยมาตั้งแต่สนามที่ 7 แล้วเช่นกัน เพียงฤดูกาลเดียวที่เบ็นเท็นก้าวขึ้นมาสู่รุ่น MX2-B สามารถสร้างสถิติกวาดแชมป์สนามไปครองถึง 6 สนาม และได้อันดับที่ 3 ในสนามแรกเท่านั้น โดยมีแต้มนำห่างจากรองอันดับ 1 มากถึง 38 แต้ม และในการแข่งขันสนามที่ 8 นี้ สามารถเก็บแต้มสะสมได้เกินกว่า 3 คะแนนขึ้นไป ก็จะกลายเป็นแชมป์ประเทศไทย MX2-B คนใหม่ทันที และจะเป็นนักแข่งที่สามารถทำสถิติ 2 ปี คว้าแชมป์ประเทศไทย 3 รุ่น

    เบ็นเท็นออกสตาร์ทได้ไม่ค่อยดี แต่อาศัยลำหักลำโค่นที่แข็งแกร่งและแน่นอน ควบ Honda CRF250R ระบบหัวฉีด PGM-FI หมายเลข10 ทะยานแซงจ่าฝูงในขณะนั้นคือ พรเทพ แย้มศรีบัว หมายเลข44 จากค่ายยามาฮ่า โดยใช้เวลาแค่เพียง 2 รอบเท่านั้น

    จากนั้นก็นำเดี่ยวแบบทิ้งผู้ตามชนิดไม่ได้เห็นฝุ่นกันเลย เก็บเพิ่ม 20 แต้มประกาศความเป็นแชมป์ประเทศไทยรุ่น MX2-B เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ และนักแข่งฮอนด้าที่สามารถทำผลงานขึ้นโพเดียมในรุ่นนี้อีก ก็มีเจ้าเปาโรดรันเนอร์-ชนิดพ คำแดง หมายเลข97 ที่ตามเข้าเส้นชัยด้วยอันดับที่ 3 และแจ๊คกี้-กิตติคุณ นพคุณ หมายเลข55 ที่ได้อันดับที่ 4

    หลังการแข่งขัน เบ็นเท็นพูดถึงการแข่งขันในสนามนี้ว่า ก่อนแข่งมีความรู้สึกกดดันอยู่บ้าง และก็เพิ่งกลับมาจากทำศึกโมโตครอส เด เนชั่น ที่ยุโรป อยู่ในช่วงปรับเวลา โชคดีที่ได้ไปเทรนกับ มร.แจน โพสเตม่า มาก่อน ทำให้สภาพร่างกายค่อนข้างแข็งแกร่งกว่าเดิม ออกสตาร์ทไม่ดีแต่ก็พยายามแซงคู่แข่งให้เร็วที่สุด โดยหาจุดอ่อนของคู่แข่งว่าจะเป็นช่วงไหนแล้วค่อยแซง เพราะเกรงจะไปกระทบกระทั่งกันจนเกิดปัญหาตามมาทีหลัง เมื่อได้แชมป์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วก็หายเครียด และตั้งเป้าหมายสร้างผลงานในรุ่น MX2-A ให้ดีที่สุด เพื่อเตรียมไว้ขึ้นไปฟัดกับรุ่นพี่ๆ ในฤดูกาลหน้า

    สำหรับชนิดพ ที่เป็นอีกหนึ่งความหวังของฮอนด้าที่จะคว้าแชมป์ประเทศไทยในรุ่น MX2-C เพราะมีคะแนนนำคู่ชิง-พรเทพ แย้มศรีบัว อยู่ก่อนหน้านี้ถึง 18 แต้ม แต่พอถึงช่วงการแข่งขันในรุ่นตัวเองกลับไปพลาดตีลังกาล้มเองขณะที่นำเป็นจ่าฝูง ทำให้ไม่มีแต้มสะสมเพิ่มจากสนามที่ 8 และรองหัวตารางไล่จี้มาติดๆ เหลือแค่แต้มเดียว ต้องไปรอชิงดำในสนามสุดท้ายที่จังหวัดจันทบุรีบ้านเกิดของตัวเอง ในวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2555 นี้

    ทางด้าน เดอะป๋อง-คุณสมคิด ศรีสมยศ ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตและส่งเสริมขับขี่ปลอดภัย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ได้พูดถึงผลงานของลูกทีมในฤดูกาลนี้ว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ทั้งการแข่งขันวิบากและประเภททางเรียบ คาดว่าฤดูกาลนี้น่าจะได้แชมป์ประเทศไทยทางฝุ่น 3 รุ่น และทางเรียบอีก 3 รุ่น แต่ก็ยังเป็นห่วงว่าในอนาคตวงการแข่งบ้านเราจะขาดแคลนนักแข่งฝีมือดีๆ ระดับเทอร์โบ หรือตระการและชัยยันต์ ที่จะไปสู้กับนักแข่งในระดับอินเตอร์ เนื่องจากรูปแบบการแข่งขันที่ยังไม่เอื้อให้นักแข่งรุ่นใหม่ๆพัฒนาฝีมือและความแข็งแกร่งไปถึงระดับนั้น จึงได้ฝากถึงผู้สนับสนุนทุกฝ่ายให้กลับมาสนับสนุนนักแข่งไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐอยากให้ความสำคัญกับกีฬามอเตอร์สปอร์ตให้มากกว่านี้ ยิ่งเราจะเป็นผู้จัดแข่ง เอฟ-วัน หากไม่มีบุคลากรนักแข่งที่เป็นคนไทยอยู่ในสนามแข่งนั้นเลย ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายกับโอกาสดีๆ เช่นนั้น