สิ้นสุดการรอคอยกับปีกยักษ์ Honda ได้เปิดตัว CBR1000RR-R อย่างเป็นทางการ

สิ้นสุดการรอคอยกับปีกยักษ์ Honda ได้เปิดตัว CBR1000RR-R อย่างเป็นทางการ

 

ในที่สุดก็มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับ All New Honda CBR1000RR-R คันใหม่ล่าสุด ที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของรหัส โดยการเพิ่มตัว R ต่อท้ายรหัสเดิมเข้าไปอีกหนึ่งตัว ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นเอามากๆ โดยได้รับการถ่ายทอด DNA และเทคโนโลยีมาจากรถแข่งในรายการ MotoGP หลายๆ จุด เพื่อให้มันพร้อมสำหรับการลงแข่งในสนามอย่างเต็มตัว นอกเหนือไปจากการวางขายในท้องตลาดด้วย

 

 

ทางคุณยูซุรุ อิชิคาว่า หัวหน้าของโปรเจคท์นี้ได้นิยาม All New Honda CBR1000RR-R ไว้ว่า ‘มันคือรถแข่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด สำหรับการใช้งานบนถนน’

เรามาดูในรายละเอียดของตัวเครื่องยนต์ All New Honda CBR1000RR-R ด้วยกันเลย ซึ่งมันมาพร้อมกับขุมกำลังขนาด 999cc แบบ 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว 4 จังหวะ ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชักอยู่ที่ 81mm x 48.5mm พร้อมด้วยระบบกระเดื่องกดวาล์วแบบใหม่แบบ Finger Follower ที่จะมีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิมราวๆ 20% ด้วยกัน และการที่มันมีน้ำหนักเบาลงนั้น ก็จะเป็นการทำให้รอบเครื่องยนต์ สามารถหมุนได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นอย่างปลอดภัย เพิ่มรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ให้มากขึ้นได้นั่นเอง

 

 

ซึ่งตรงนี้เองทำให้ตัวเลขแรงม้าของ All New Honda CBR1000RR-R นั้นสามารถทำออกมาได้มากถึง 214.5 HP ด้วยกันที่ 14,500 รอบต่อนาที และทอร์คหรือว่าแรงบิดสูงสุดนั้นอยู่ที่ 113 นิวตันเมตรที่ 12,500 รอบต่อนาที ซึ่งทำให้มันเป็นรถ CBR1000 ที่มีแรงม้าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา! อีกทั้งยังมีการทำงานร่วมกันกับในส่วนของแรมแอร์ด้านหน้า ที่จะช่วยในการไหลเวียนของอากาศโดยตรงเข้าสู่แอร์บ็อกซ์ และในส่วนของท่อไอเสียนั้นเป็นระบบแบบ 4-2-1 ซึ่งปลายท่อนั้นทาง Honda ได้พัฒนาร่วมกันกับแบรนด์ท่อไอเสียชื่อดังอย่าง Akrapovic นั่นเอง โดยจุดประสงค์ก็คือการทำให้เครื่องยนต์นั้น สร้างแรงบิดที่ยอดเยี่ยมในย่านความเร็วรอบต่ำ และเพิ่มแรงม้าที่ยอดเยี่ยมในย่านความเร็วรอบสูงนั่นเอง

 

 

ในส่วนของเฟรมรถนั้นจะมาเป็นแบบอลูมิเนียม ไดมอนด์เฟรม และสำหรับคัสซีรถนั้นจะเป็นดีไซน์ใหม่ด้วย ในขณะที่สวิงอาร์มของตัวรถนั้นจะมีขนาดที่ยาวขึ้นกว่าเดิม ออกแบบโดยอ้างอิงมาจากรถรุ่น RC213V-S ขนาดยางหน้าจะอยู่ที่ 120/70 ส่วนยางหลังจะอยู่ที่ 200/55 ล้อขอบ 17 นิ้วทั้งคู่ โดยน้ำหนักตัวรถแบบรวมของเหลวแล้วนั้นจะอยู่ที่ 201 กก. ด้วยกัน

 

 

ตัวรถมาพร้อมกับระบบคันเร่งไฟฟ้า Throttle By Wire ที่ถูกพัฒนาปรับปรุงกันมาใหม่ มีโหมดในการขับขี่อยู่ 3 โหมดด้วยกัน โดยเราสามารถเลือกเปลี่ยนค่าของพละกำลังเครื่องยนต์, ค่าการทำงานของเอนจิ้นเบรก และควบคุมระบบป้องกันการยกล้อได้ รวมไปถึงการปรับค่าระบบ Honda Selectable Torque Control (HSTC)  หรือระบบป้องกันล้อหมุนฟรีนั่นเอง

 

 

ระบบกันสะเทือนด้านหน้านั้น ใช้ของ Showa ขนาด 43mm แบบ Big Piston Fork (BPF) หัวกลับ Upside Down ทำงานให้กลมกลืนกับระบบกันสะเทือนด้านหลังของ Showa เช่นเดียวกัน ในขณะที่ระบบเบรกหน้านั้นจะเป็นดิสก์คู่ขนาด 330mm ใช้ปั้มเบรกของ Nissin แบบ 4 ลูกสูบเรเดียลเมาท์ ส่วนระบบเบรก ABS นั้นสามารถปรับตั้งค่าได้ ว่าจะให้เป็นแบบ Sport หรือแบบ Track

 

 

All New Honda CBR1000RR-R นั้นยังมาพร้อมกับแกน IMU แบบ 6 แกน ซึ่งจะควบคุมการทำงานของระบบอิเลคทรอนิกส์ต่างๆ รวมไปถึงระบบ Honda Electronic Steering Damper (HESD) หรือกันสะบัดไฟฟ้าแบบใหม่ที่จะมีอยู่ 3 ระดับด้วยกัน หน้าจอแสดงผลของตัวรถนั้นจะเป็นขนาด 5 นิ้วแบบ TFT ระบบกุญแจจะเป็นกุญแจรีโมท Smart Key พร้อมกับระบบในการช่วยออกตัว Launch Control ที่สามารถปรับระดับได้ด้วย

 

 

และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของตัวรถก็คือ ระบบการทำเอโร่ไดนามิก ที่ติดตั้ง Winglets หรือว่าไซด์สปอยเลอร์ด้านหน้ามาให้ เช่นเดียวกันกับรถแข่งในรายการ MotoGP ยุคปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยทำให้ตัวรถด้านหน้านั้น กดลงกับพื้นอย่างมีความเสถียรมากยิ่งขึ้นในยามบิดคันเร่ง และทำการแหวกอากาศได้ยอดเยี่ยมกว่าเดิม

 

All New Honda CBR1000RR-R นั้นเปิดตัวออกมาด้วยกันอยู่ 2 เวอร์ชั่นด้วยกันคือรุ่น CBR1000RR-R สแตนดาร์ด และรุ่น CBR1000RR-R SP ที่จะเป็นตัวท็อป ซึ่งจะใช้ระบบกันสะเทือนของ Öhlins แบบ Smart Electronic Control (S-EC) รุ่นอัพเกรดล่าสุด (เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2) ซึ่งสามารถปรับตั้งค่าได้ 3 โหมดแบบทันทีขณะกำลังขับขี่รถอยู่ รวมไปถึงระบบเบรกที่จะอัพเกรดมาเป็นปั้มของ Brembo รุ่น Stylema สำหรับด้านหน้าด้วย ส่วนด้านหลังก็จะเป็นของ Brembo เช่นเดียวกัน
 

 

ในขณะที่ทาง Honda เองนั้นยังไม่ได้เปิดราคาของ All New Honda CBR1000RR-R ทั้งในรุ่นสแตนดาร์ดและรุ่น SP ออกมา ซึ่งเราจะต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่มันเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่จะมีการนำเข้ามาวางขายกันใน Honda Big Wing ประเทศไทยเราด้วยอย่างแน่นอน โดยจะเป็นการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเหมือนกับโมเดลก่อนหน้านี้ หากมีความคืบหน้า ทางเราจะมาอัพเดทกันอีกครั้ง


ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : https://www.visordown.com http://asphaltandrubber.com

ติดตามข่าวสารวงการมอไซค์ : http://www.mocyc.com
Page Facebook : http://www.facebook.com/MocycThailand